
ยุโรป คนป่วยของโลก (2)
ต่อเนื่องมาจากเมื่อวานนี้ ว่าภาคการเงินในยุโรปกำลังเจอกับความเสี่ยงมากที่สุด
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ต่อเนื่องมาจากเมื่อวานนี้ ว่าภาคการเงินในยุโรปกำลังเจอกับความเสี่ยงมากที่สุดกับปัญหาความเชื่อมั่นต่อพันธบัตรของรัฐบาลชาติยูโรโซน ที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน
อีกหนึ่งปัญหาที่กำลังทำให้ธนาคารพาณิชย์ในยุโรปปวดหัวเวียนเกล้ากันไม่น้อยก็คือการที่ธนาคารพาณิชย์ต้องจำเป็นต้องเพิ่มทุนให้ได้ตามเป้า 7% จากเดิมตามข้อตกลง “บาเซล 3” ที่ยุโรปและอเมริกาหารือกันเอาไว้หลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2551 ที่ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ทั้งในอเมริกาและยุโรปจะต้องเพิ่มทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการล้มละลายเป็นการตัดตอนถ้าหากเกิดวิกฤตเลวร้ายขึ้นมา ปัญหาจะได้ไม่ลุกลามออกไปใหญ่โต
และที่สำคัญจะต้องไม่เดือดร้อนเงินภาษีของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาการนำเงินภาษีไปอุดรูรั่วของภาคเอกชนนั้น นอกเหนือจากจะทำให้เกิดกระแสการต่อต้านไปทั่วแล้ว ยังทำให้เกิดปัญหาหนี้สาธารณะ และการขาดดุลงบประมาณอย่างหนักทั้งในสหรัฐและยุโรปครับ
โดยเฉพาะในปี 2555 นี้ ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของยุโรปจะต้องเพิ่มทุนให้ได้รวมกันมากถึง 1.15 แสนล้านยูโร ภายในกำหนดเวลา มิ.ย. 2555 นี้
ถามว่าจะเอาเงินมาจากไหน นั่นแหละครับปัญหาสำคัญ
เพราะรู้กันดีอยู่แล้วว่า สภาวะรอบตัวนั้นย่ำแย่เอามากๆ
ไหนจะถือพันธบัตรที่มีความเสี่ยงไว้ในมือมหาศาลอยู่แล้ว ไหนจะต้องหาเงินมาเพิ่มทุนอีก
ครั้นจะระดมทุนเพิ่มก็ไม่มีใครซื้อ หมดหนทางทำกำไร
ทางออกก็คือ ธนาคารพาณิชย์เหล่านี้จำเป็นต้องระงับการปล่อยกู้เพื่อลดความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด
แต่นั่นก็จะกระทบต่อการทำธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมที่ถือเป็นกำลังหลักในเศรษฐกิจของหลายชาติยุโรปด้วย
ส่วนทางเลือกที่จะให้ภาครัฐให้การช่วยเหลือนั้นก็ลืมไปได้เลยครับ
เพราะว่าจะขัดกับเนื้อหาในมติบาเซล 3 เอง และจะสร้างกระแสความไม่พอใจให้กับประชาชนซ้ำอีก
อนาคตของภาคธนาคารในยุโรปปีนี้ถือว่าหนักหนาสาหัสที่สุด เพราะหันไปทางไหนก็เจอแต่ตอ
แถมสินทรัพย์ที่ถืออยู่ในมือก็ใกล้เป็นแค่กระดาษเปล่าไปทุกๆ ที
สุดท้ายจับตาธนาคารกลางยุโรปครับ อาจจะต้องเปิดประมูลเงินกู้กันอีกรอบในเร็วๆ นี้ให้เห็นกันอีกก็ได้







