posttoday
แนะรัฐคลอดแผนรับภัยพิบัติ สกัดข่าวลือ-ลดสูญเสีย

แนะรัฐคลอดแผนรับภัยพิบัติ สกัดข่าวลือ-ลดสูญเสีย

03 มกราคม 2555

ในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจต้องเผชิญหน้ากับความแปรปรวน ของลักษณะภูมิอากาศ

“ในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจต้องเผชิญหน้ากับความแปรปรวน ของลักษณะภูมิอากาศ

เกิดเป็นภัยธรรมชาติแบบต่างๆ บ่อยมากขึ้น ที่แย่กว่านั้นคือสิ่งที่ตามมาในรูปของข่าวลือและคำพยากรณ์ ซึ่งจะสร้างความตระหนกอย่างไร้เหตุผล”

คือข้อกังวลจากนักวิชาการด้านภัยพิบัติ ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษาภัยพิบัติและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในปี 2555 และในปีต่อๆ ไปหลังจากนี้

ธนวัฒน์ แยกภัยพิบัติออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.ภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับอุตุนิยมวิทยาภูมิอากาศ ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและเห็นได้ในระยะสั้นๆ อาทิ อุทกภัยครั้งที่ผ่านมา รวมถึงดินถล่ม ภัยแล้ง ไฟป่า น้ำกัดเซาะชายฝั่ง 2.ภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพของโลก ซึ่งจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงใช้เวลานาน โดยภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงมาจากปรากฏการณ์เอลนินโญลานินญา ซึ่งมีระยะเวลาสลับกันครั้งละ 2 ปี แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้น 3 ปีติดต่อกันได้

แนะรัฐคลอดแผนรับภัยพิบัติ สกัดข่าวลือ-ลดสูญเสีย

 

ธนวัฒน์ บอกว่า ในช่วงที่ผ่านมาคนไทยต้องลุ้นระทึกกับสารพัดข่าวลือด้านพิบัติภัย อาทิ คำพยากรณ์ว่าเขื่อนจะแตก จะเกิดคลื่นยักษ์ถล่มตามพื้นที่ต่างๆ กระทั่งคำทำนายเรื่องดาวเคราะห์พุ่งชนโลก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตามหลักวิชาการมั่นใจว่านักวิชาการไม่สามารถพยากรณ์ได้ล่วงหน้าอย่างยาวนานว่า เมื่อใดจะเกิดภัยพิบัติหรือน้ำท่วม นั่นเพราะต้องพิจารณาจากแบบจำลองทุกๆ 6 เดือน จึงจะรู้

“ที่มีคนบอกว่าปีหน้าจะเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ ก็ไม่เข้าใจว่าเอาข้อมูลจากไหน เพราะในแง่ของวิชาการมันไม่มีอะไรที่จะบอกถึงขนาดนั้นได้ ยกเว้นจะใช้ความรู้สึก”

ธนวัฒน์ ยกตัวอย่างว่า เมื่อปี 2554 มีการคาดการณ์ว่าจะเกิดภัยแล้ง ก็เกิดการกักเก็บน้ำ ท้ายที่สุดก็มากเกินจนเกิดน้ำท่วม ส่วนในปี 2555 เริ่มพูดกันแล้วว่ามีน้ำเยอะ หากใช้กันมากเกินไปท้ายที่สุดก็หนีไม่พ้นภัยแล้ง

“นั่นเพราะไม่รู้สภาพความเป็นจริงคือ ไม่ได้เอาข้อมูลเชิงวิชาการเข้ามาใช้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัว”

สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหว มีคำพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะเกิด ทั้งๆ ที่เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ แม้แต่ในประเทศญี่ปุ่นก็ไม่สามารถทำได้ ทำได้เพียงใช้สถิติเก่าๆ คำนวณ เช่น พื้นที่นี้มักเกิดแผ่นดินไหวทุกๆ 100 ปี ก็คาดว่าเมื่อครบวงรอบก็อาจจะเกิดอีก นั่นเพราะรอยเลื่อนของเปลือกโลกจะเคลื่อนที่ไม่แตกต่างไปจากเดิมเท่าใดนัก

“บ้านเราแผ่นดินไหวที่ไม่ได้เกิดจากรอยเลื่อน และหากเกิดแผ่นดินไหวก็เป็นเพียงการไหวเล็กๆ โดยตลอด 70 ปีที่ผ่านมา เราเกิดแผ่นดินไหวเพียง 8 ครั้ง ความรุนแรงไม่เกิน 5-6 ริกเตอร์ ดังนั้นจึงยากที่จะคาดการณ์”

อย่างไรก็ตาม แม้จะคาดการณ์ภัยพิบัติล่วงหน้าได้ยาก แต่ธนวัฒน์เห็นว่ารัฐบาลจำเป็นต้องเร่งประกาศแผนการจัดการด้านนี้ให้ชัดเจน เพื่อนำมาเป็นมาตรการเร่งด่วนในการเตรียมพร้อมเมื่อเกิดภัยพิบัติ

ทั้งนี้ แผนรับมือภัยพิบัติต้องให้ประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมกันตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน เพราะประเทศที่พัฒนาโดยไม่มีแผนรัดกุม ปล่อยให้สิ่งก่อสร้างถูกสร้างขึ้นโดยไร้การควบคุมคือสาเหตุสำคัญให้เกิดการสูญเสีย

“อย่างประเทศที่ประสบภัยพิบัติร้ายแรงบ่อยครั้งอย่างญี่ปุ่น กำหนดแผนพัฒนาประเทศโดยคำนึงถึงรูปแบบของภัยพิบัติเป็นหลัก และวางโครงสร้างให้แผนเป็นนโยบายหลัก โดยไม่ขึ้นอยู่กับอายุของรัฐบาล”

ธนวัฒน์ ย้ำว่า ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ต้องเร่งดำเนินการ ก่อนที่ความเชื่อมั่นในการจัดการจะหมดไป และข่าวลือสารพัดจะดังขึ้นแทน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท