
ยิ่งลักษณ์ลั่นปี’55ปรับแก้จุดอ่อน‘พูดให้ถูก’
นายกฯ ประกาศปี 2555 จะปรับปรุงข้อด้อยเรื่องพูดผิดบ่อยให้ถูกต้องชัดเจนยิ่งขึ้น
นายกฯ ประกาศปี 2555 จะปรับปรุงข้อด้อยเรื่องพูดผิดบ่อยให้ถูกต้องชัดเจนยิ่งขึ้น
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำงานในปี 2555 ว่า ต้องดีกว่าที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะข้อด้อยที่หลายคนอาจวิพากษ์วิจารณ์ว่าพูดไม่ถูกบ้าง ซึ่งก็ต้องเรียนว่าเกิดมาจากคนที่ทำงานและเน้นการทำงานค่อนข้างเยอะ บางครั้งจะได้ยินชัดบ้างหรือไม่ชัดบ้าง และการที่เป็นคนพูดเร็ว เน้นการทำงาน พูดไม่เก่ง แต่ตั้งใจทำงานเต็ม 100
“อยากทำให้ดีที่สุด 4 เดือนถือว่าเป็นประสบการณ์ที่สำคัญของชีวิต ที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งสอนอะไรเยอะ เรียนรู้อะไรเยอะ ซึ่งดิฉันเป็นคนที่คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น เรื่องความสะสวย คารมต่างๆ คงไม่มี เพราะประชาชนเลือกดิฉันให้มาทำงาน เราเองไม่อยากเห็นการเล่นการเมือง” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
สำหรับความคาดหวังในปี 2555 นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลก็จะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงหลังน้ำลด จะทำอย่างไรให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม
นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ปีใหม่นี้ขอให้มีความสามัคคีและสมานฉันท์ รวมทั้งมีความปรองดองอันเป็นสิ่งที่คนไทยต้องการมากที่สุดในขณะนี้ เพื่อให้ประเทศชาติไปรอด
“สิ่งที่ผมพูดคนไทยทุกคนก็ต้องการอย่างนี้เช่นเดียวกัน ถ้าปรองดองได้มันก็ดี อย่าไปคิดว่าเป็นการทำเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ถ้ามันทำให้เกิดความราบรื่นสงบสุขภายในประเทศชาติมันก็ดี ทหารก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว” นายบรรหาร กล่าว
การเรียกร้องให้มีการแก้ไขมาตรา 112 เกี่ยวกับเรื่องละเมิดสถาบันนั้น นายบรรหาร กล่าวว่า อย่าไปแตะ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น สิ่งไหนที่เมื่อแก้แล้วนำไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นก็ควรต้องทำ และใจจริงแล้วอยากเป็นคนประสานงานกับทุกพรรคด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น นายบรรหาร กล่าวว่า ควรจะรอผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองคือกลุ่มบ้านเลขที่ 111 พ้นโทษก่อน เพราะจะได้คนดีๆ เข้ามาบริหารงาน
“คนที่ถูกเว้นวรรคนี่คนเก่งๆ ทั้งนั้น และหากจะมีการเปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงคณะรัฐมนตรี ก็ควรจะรอตอนบ้านที่ 111 ออกมาก่อน” นายบรรหาร กล่าว
นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานสภาที่ปรึกษา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาการเมืองในปี 2555 ว่า ในอนาคตปัญหาไม่น่าจะมีความรุนแรง เพราะผู้ก่อความรุนแรงได้มาเป็นรัฐบาลในปัจจุบันแล้ว จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะสร้างปัญหาหรือความรุนแรงให้เกิดขึ้นอีก







