
กรมชลฯเตือนฝนทิ้งช่วงนานถึงพ.ค.
โพสต์ทูเดย์
— กรมชลฯ เตือนเกษตรกรเลิกหวังพึ่งฝน คาดทิ้งช่วงนาน เม.ย.พ.ค.นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า การที่เกษตรกรหวังว่าจะมีฝนตกช่วยเติมน้ำในเขื่อนเพื่อระบายให้กับพื้นที่เกษตรกรรมนั้นคิดว่ายังประเมินยาก เนื่องจากภาวะธรรมชาติที่อาจไม่ปกติและอาจทำให้ฝนทิ้งช่วงในช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. กรมชลประทานจำเป็นต้องสำรองน้ำเพื่อใช้ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย
“
ขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักมีการใช้ไปแล้วกว่า 64% แต่น่าเป็นห่วงพื้นที่ 2 ล้านไร่นอกเขตชลประทาน หากไม่มีฝนช่วยก็จะทำให้เกิดความเสียหายทันที ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ พยายามที่จะทำฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน” นายชลิต กล่าวนายสิงห์ ตั้งเจริญชัยชนะ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรม จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นจะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลงไปถึง 3045% คาดว่าจะเกิดความเสียหายกว่า 35 ล้านบาท อีกทั้งยังมีผลต่อเนื่องถึงวัตถุดิบที่ป้อนเข้าโรงงานแปรรูป ซึ่งจะทำให้โรงงานได้รับความเสียหายนับพันล้านบาท
ด้าน จ.ตาก ปัญหาการขาดแคลนน้ำเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น โดยชาวบ้านในพื้นที่ ต.วังประจบ ต.โป่งแดง ต.ตลุกกลางทุ่ง อ.เมือง จ.ตาก ต้องซื้อน้ำอุปโภคบริโภค เนื่องจากน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด น้ำประปามีกลิ่นเหม็นโคลนตมและเป็นสีสนิม ไม่สามารถนำมาใช้ได้
สำหรับ จ.พะเยา ปริมาณน้ำในแม่น้ำอิงทั้งบริเวณเหนือกว๊านพะเยาและท้ายกว๊านพะเยาแห้งอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรริมแม่น้ำอิงทั้งสองฝั่งในพื้นที่ อ.เมือง อ.ดอกคำใต้ และ อ.ภูกามยาว พื้นที่ประมาณ 3 หมื่นไร่ ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ประกอบด้วยนาปรัง 2.8 หมื่นไร่ ถั่วเหลือง 500 ไร่ และพืชผักประมาณ 200 ไร่ โดยพื้นที่ตอนเหนือของแม่น้ำอิงในเขต อ.เมือง ได้เริ่มแห้งตายเป็นพื้นที่แรก







