
สางปมหนี้วันนี้
เปิดใจ “กิตติรัตน์” แก้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ มีทางออกโดยไม่สร้างปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจ
เปิดใจ “กิตติรัตน์” แก้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ มีทางออกโดยไม่สร้างปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจ
ในวันที่ 30 ธ.ค. จะมีการประชุมหาข้อสรุป เรื่อง การโอนหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) จำนวน 1.14 ล้านล้านบาท จากกระทรวงการคลัง ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ดำเนินการ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ในขณะนี้ประเทศมีปัญหา อยากให้มองภาพรวมของประเทศที่จะต้องช่วยกัน หากไม่เกิดวิกฤตน้ำท่วมแนวคิดนี้จะไม่เกิดขึ้น ในหลักการเห็นด้วยกับ ธปท. ที่จะไม่มีการพิมพ์ธนบัตร หรือออกพันธบัตรมาอัดเงินเข้าระบบให้เกิดปัญหา หรือใช้วิธีการอื่นที่จะสร้างปัญหาตามมา
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า เงินที่รัฐบาลต้องการใช้ลงทุนวางแผนจัดการน้ำจะใช้ประมาณ 5 แสนล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี ใช้ลงทุนสร้างที่เก็บน้ำ ที่ระบายน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ตั้งกองทุนค้ำประกันภัยน้ำท่วม 5 หมื่นล้านบาท ทำโครงการวางแผนป้องกันน้ำระยะสั้นอีก 1.2 หมื่นล้านบาท
“ผมเห็นว่ายังมีทางออกอีกหลายอย่างที่จะทำได้ ในการให้ ธปท.โอนหนี้ไปและไม่สร้างปัญหาต่อเนื่อง การโอนหนี้ไปเท่าที่ต้องการจะใช้ หรือโอนหนี้เป็นช่วง มีเวลาชัดเจนไม่ให้เป็นภาระมากจนเกินไปก็ได้” นายกิตติรัตน์ กล่าว
นอกจากนี้ รองนายกฯ ยังยืนยันว่า ธปท.มีความสามารถที่จะรับภาระหนี้จำนวนนี้ไปได้ ในปีนี้ ธปท.จะมีกำไร เพราะค่าเงินบาทในช่วงต้นปีแข็งค่าและปลายปีก็อ่อนค่าลง ธปท.จะมีกำไรทางบัญชีเป็นแสนล้านบาท ธปท.ไม่มีทางล้ม เพราะ ธปท.เป็นของรัฐบาล ถ้า ธปท.รับหนี้ไปแล้วล้มก็เท่ากับประเทศไทยล้ม รัฐบาลจะปล่อยให้ธนาคารกลางล้มได้อย่างไร
“ในการหารือวันนี้ ผมคงต้องขอให้ยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ให้ทุกคนถอดหัวโขนออก ธปท.จะรับเกียรติในการดูแลประเทศหรือไม่” นายกิตติรัตน์ กล่าว
สำหรับหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ที่เกิดขึ้นนี้ เดิมมี 1.4 ล้านล้านบาท ธปท.ลดเงินต้นไปได้ 3 แสนล้านบาท ใช้เวลาสิบกว่าปีที่จะแก้ปัญหา หากค่อยๆ ทำไปมันก็จะลดลงไปได้
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง กล่าวว่า เป็นความเข้าใจผิดว่าหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ เป็นของคลัง กฎหมายระบุว่า หนี้จำนวนนี้เป็นของ ธปท. เพียงแต่คลังเป็นผู้จ่ายดอกเบี้ย ขณะนี้จ่ายดอกเบี้ย 4.5 หมื่นล้านบาท แค่แก้กฎหมายให้ ธปท.รับภาระดอกเบี้ยไปเองเท่านั้น
“ผมดูบัญชี ธปท.แล้วพบว่าเขามีขีดจำกัดในการรับหนี้ ก็ต้องให้เขารับไปในสัดส่วนที่พอดี ไม่เสียวินัยทางการเงิน” รมว.คลัง กล่าว







