
เฉลิมยันหลักฐานชัดจับครรชิต
เฉลิม ยัน ไม่ได้กลั่นแกล้งใครคดียิงนายกฯอบจ.สมุทรสาคร แจงออกหมายจับเร็วเพราะหลักฐานชัด
เฉลิม ยัน ไม่ได้กลั่นแกล้งใครคดียิงนายกฯอบจ.สมุทรสาคร แจงออกหมายจับเร็วเพราะหลักฐานชัด
ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณากระทู้ถามสด ของนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ถาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการฆาตกรรมนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทสาคร
นายไพจิต กล่าวว่า จากคดีคนร้ายยิงนายอุดร ไกรวัฒนุสรณ์ นายกองค์กรบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.54 และมีการออกหมายจับผู้หา ในวันที่ 26 ธ.ค. ซึ่งสังคมมองว่าที่จับคนร้ายได้รวดเร็วมีหลักฐานประกอบชัดหรือไม่ และเลือกปฎิบัติหรือไม่ จึงมีผู้สนใจกระบวนการในการจับกุมว่าเป็นอย่างไร รัฐบาลได้ดำเนินการรอบคอบแค่ไหนอย่างไร นอกจากนี้ ในชั้นการสอบสวนเป็นเรื่องสำคัญ คือ ต้องมีการคุมครองดูแลพยาน อย่างจริงจัง และต้องมีนโยบายเรื่องซุ่มมือปืน ผู้มีอิทธิพล ให้ชัดเจน และเรื่องร้านปืน ต้องป้องปรามป้องกัน
ด้านร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีการวิจารณ์ว่าทำไมเหตุการณ์นี้มีการออกหมายจับเร็ว ยืนยันว่าการทำงานตรงไปตรงมาเพราะเหตุเกิดในตอนกลางวันของวัน 25ธ.ค. ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน 9 ปลอก ขนาด .40 ซึ่งเรียกกันว่า ปืนกล็อก เกิดเหตุ ที่ปั้มปตท. ผู้ตายเข้าห้องน้ำพอออกมา ระหว่างล้างมือก็ถูกยิง เบื้องต้นจากกล้องวงจรปิด เชื่อมโยงว่า มีรถ 2 คันวิ่งตามกันมา หลักฐานชัด มีพยาน เป็นคนขับรถของผู้ตาย และรู้จักกับผู้ถูกกล่าวหา
"คนขับรถได้เล่าให้ฟังว่า เห็นผู้ตายเข้าห้องน้ำนาน จึงเข้าตามไปดู และได้ยินเสียงปืน เห็นผู้ถูกกล่าวหายิงปืน และผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้คำพูด ว่า “เดี๋ยวมึง” พยานก็ได้ยกมือขอชีวิต นอกจากนี้ยังมีพยานปากที่ 2,3 เป็นหญิง 1 ชาย 1 ยืนยันว่าเห็นผู้ถูกกล่าหา คนแรกเห็นในระยะ 20 เมตรคนที่สองเห็นในระยะ 50 เมตร และปืนชนิดนี้ในจ.สมุทรสาคร มีผู้ได้รับใบอนุญาตครอบครองอยู่ 8 คน ถ้าเจ้าหน้านำปืนทั้ง 8 กระบอกมายิง และตรวจสอบหัวกระสุน ก็จะรู้ว่าใครเป็นคนยิง" ” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
รองนายกฯ กล่าวว่า จากหลักฐานทั้งหมดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอหมายจับต่อศาลจังหวัด และศาลเป็นผู้อนุมัติหมายจับไม่ใช่ตำรวจอนุมัติ ทั้งหมดเป็นหลักฐานที่รวบรวม ตำรวจส่วนตำรวจ รองนายกฯส่วนรองนายกฯ ไม่มีการกลั้นแกล้ง สร้างหลักฐานเท็จ สำหรับการคุ้มครองพยานได้มีการดำเนินการอยู่แล้ว







