
ผ่าแผนลับ 'เผชิญเหตุ'
...ทีมข่าวการเมือง
นาทีนี้บุคคลในรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องกับคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 7.6 หมื่นล้านบาท รวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนที่เป็นปฏิปักษ์ของคนเสื้อแดง ต้องระวังตัวแจ มีการอารักขาอย่างแน่นหนา เนื่องจากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ
ปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า ในช่วงสัปดาห์นี้จะขอปิดลับที่พำนักนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงสถานการณ์ที่จะชุมนุมใหญ่ อาจต้องพิจารณาไม่เผยแพร่กำหนดการนายกฯ ต่อสื่อ
นอกจากบ้านพักซอยสวัสดีแล้ว นายกฯ จะไปพักที่ไหนทำไมต้องปิดลับ และเพราะเหตุใด!?!
ก่อนจะมาถึงวันชี้ชะตาขุมทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ฝ่ายความมั่นคงได้จัดทำแผนเฝ้าระวังความปลอดภัยบุคคลระดับสูง บุคคลที่ตกเป็นเป้าหมาย องค์กรอิสระ สถานที่สำคัญ ไว้เป็น 3 ช่วงด้วยกัน กล่าวคือ 1.แผนรับมือนับตั้งแต่ปลายปีที่แล้วถึงวันที่ 26 ก.พ. 2.แผนวันที่ 26 ก.พ. และ 3.แผนหลังวันที่ 26 ก.พ. แต่ละแผนขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นหน่วยงานหลักในการดูแล พร้อมกับรายงานผลการปฏิบัติงานส่งตรงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง
ตามรายงาน ขณะนี้แผนช่วงที่ 1 เป็นไปด้วยความราบรื่น ขณะนี้เข้าสู่แผนช่วงที่ 2 ก็คือวันที่ 26 ก.พ. ซึ่งการปิดลับที่พำนักนายกฯ ก็อยู่ในแผนช่วงนี้
ในช่วงเหตุการณ์เมษาเดือดปีที่แล้ว มีการจัดแผนไว้เช่นกัน ด้วยการจัดพื้นที่ 34 แห่ง เป็นกองบัญชาการเฉพาะกิจ เช่นที่เกิดขึ้นกับเซฟเฮาส์ของกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ หรือการตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งในส่วนนี้จะผ่านการประสานโดยตรงจากนายสุเทพ
ในส่วนของทำเนียบรัฐบาลจะอยู่ในความดูแลของนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง จัดหาสถานที่ขึ้นตรงสำนักนายกฯ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บ้านพิษณุโลก บ้านมนังคศิลา หรือแม้แต่บ้านพักรับรองสำนักเลขาธิการนายกฯ ที่หาดแหลมแท่น จ.ชลบุรี โดยขณะนี้มีการปัดกวาด ส่งกำลังเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้ ไม่ใช่แต่รองรับนายกฯ เท่านั้น แต่เตรียมการตาม
“แผนเผชิญเหตุ” ให้กับข้าราชการ กรณีเกิดเหตุรุนแรงที่ทำเนียบรัฐบาลจนไม่อาจเข้ามาทำงานได้ตามปกติด้วย เช่นเดียวกับ ตุลาการ บุคคลสำคัญอื่น ที่อาจต้องเผชิญสถานการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การชุมนุมขัดขวางเส้นทางจราจร เป็นอุปสรรคต่อการมาปฏิบัติหน้าที่ ก็จะมีการจัด “เซฟเฮาส์ปิดลับ” จัดรถหุ้มเกราะ ตั้งจุดตรวจเพิ่ม มีชุดเจรจา และหน่วยเคลื่อนที่เร็วอำนวยความสะดวกนอกจากนี้ ตามแผนช่วงที่ 2 (วันที่ 26 ก.พ.) เมื่ออ่านคำพิพากษาเสร็จ ฝ่ายความมั่นคงจะทำหน้าที่ประเมินความเคลื่อนไหวฝ่ายสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเชื่อว่ามีการแสดงออกทางอารมณ์ ซึ่งถ้าพัฒนาไปสู่การเคลื่อนไหวรุนแรง จะต้องมาประเมินว่าใช้แผนใดรับมือ หรือจะประกาศกฎหมายพิเศษฉบับใด แม้ข้อมูลการข่าวจะได้รับรายงานว่ามีการเคลื่อนไหวของคณะบุคคลเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้วก็ตาม ซึ่งอาจเป็นกลุ่มอิสระ อาจไม่มีแนวโน้มความรุนแรง แต่ฝ่ายความมั่นคงไม่ประมาท ดังนั้นตลอดค่ำคืนถือว่าทำงานอย่างหนัก
หากสถานการณ์ตลอดคืนนี้ผ่านไปด้วยดี จะส่งผ่านสู่แผนช่วงที่ 3 (หลังวันที่ 26 ก.พ. เป็นต้นไป) ตามที่ฝ่ายความมั่นคงประเมิน ภายหลังไม่มีการชุมนุม ได้ปรับลดระดับการควบคุมพื้นที่ลงไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีบางกลุ่มเข้ามาแล้วกอปรกับการนัดชุมนุมใหญ่ที่จะมีขึ้นกลางเดือน มี.ค. ซึ่งอาจซ้ำรอยเมษาเดือด ต้องประเมินอีกครั้ง ทั้งการเพิ่มระดับความลับปกปิดหมาย จัดเซฟเฮาส์ ทั้งนี้โดยปกติจัดกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชนไว้ 25 กองร้อย แต่หากมาในจำนวนมากก็เตรียมไว้ 10 กองร้อย และถ้ายังไม่สามารถรับมือได้อีก ก็มีการเตรียมกองร้อยเพิ่มเติมรอไว้ในที่ตั้งซึ่งจะเดินทางเข้าพื้นที่ภายในเวลาอันรวดเร็ว
อะไรก็เกิดขึ้นได้ ทว่าเมื่อฝ่ายความมั่นคงตระเตรียมการพร้อมสรรพ ทั้งแผนรับมือ แผนรุกในทางลับ ทำให้คนบนตึกไทยคู่ฟ้าทอดสายตาลงมาด้วยความเบาใจ







