
สามัคคี
เหมือนกับนาฬิกาจะหยุดหมุน เมื่อถึงวันตัดสินคดียึดทรัพย์ครั้งประวัติศาสตร์
แต่ความจริงแล้ว ทุกอย่างมีเหตุ มีปัจจัยให้เป็นไปถ้ามองให้ดี ก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง
มันก็เหมือนกับวันทั่วๆ ไปหรือปัญหาที่เคยประสบพบกันมา เพียงแต่ต่างตัวละคร ต่างเหตุการณ์ หนัก เบา เท่านั้น
วันนี้ เลยอยากจะนำเอาสิ่งดีๆ มาให้อ่าน ได้แก่พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับความสามัคคี ที่พระราชทานไว้ในหลายกาล หลายสมัย
สามัคคีที่สำคัญที่สุดคืออะไร ก็คือ สามัคคีในชาติ ไม่ใช่ว่า ความสามัคคีในคณะไม่ดี แต่ต้องระวัง ถ้าสามัคคีกัน แต่ว่าไปก้าวก่ายหรือไปทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ในสถาบันก็เป็นความผิด ถ้าสามัคคีในสถาบันไปทำให้คนอื่นเสียหายหรือเดือดร้อนก็ไม่ดี เพราะทำให้เสียหายต่อสามัคคีของชาติ
(พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : 3 เมษายน 2503)
สามัคคีกัน ปรองดองกัน นี่ความหมายของความสามัคคี ใครๆ ก็บอกว่า ให้สามัคคีปรองดองกัน ช่วยเหลือเพื่อประเทศชาติ แต่แปลว่าอะไรก็ไม่รู้ ถ้าคนหนึ่งคนใดในที่ประชุมนี้ เรียกร้องพื้นที่สำหรับยืนเกินจำเป็น โดยอ้างความสุขส่วนตัว คนอื่นก็ต้องประท้วง เราทั้งหลายอยู่ได้ก็เพราะว่า มีความสามัคคีปรองดองกัน
(พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา :4 ธันวาคม 2517)
คำว่า
“สามัคคี” นี้ขอวิเคราะห์ศัพท์ ว่าเป็นการกระทำของแต่ละคน ทำความดีเว้นจากความไม่ดี มีความเข้าใจซึ่งกันและกันของแต่ละบุคคล อย่างนี้ถ้าชาติสามัคคี ชาติก็ไม่แตกสลาย คุมไว้ติด คำว่าคุมนี้ อาจจะไม่ชอบกันเพราะเหมือนควบคุม เหมือนคุมขัง แต่คุมหมายความว่าอยู่ติด อยู่เป็นชาติได้(พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา :4 ธันวาคม 2521)
อ่านแล้ว อย่าอ่านเปล่า จงรักภักดีก็อย่าพูดแต่ปาก
ถ้าทุกคนน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมนำมาปฏิบัติ ก็รับประกันได้ว่าบ้านเมืองไม่มีปัญหา
เหลืองไม่แรงแดงไม่เดือดแน่นอน







