posttoday
ลงทุนทรุดยาว12ปีเศรษฐกิจยับ2แสนล.

ลงทุนทรุดยาว12ปีเศรษฐกิจยับ2แสนล.

26 กุมภาพันธ์ 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — สมาคมธนาคารคาดอีก12 ปีการลงทุนจึงฟื้น หอการค้าชี้ปัญหาการเมืองทำให้เศรษฐกิจเสียหาย 2 แสนล้าน

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ปัญหาการเมืองไทยส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจโตไม่ได้ตามที่คาดการณ์ และจำกัดโครงการที่จะเติบโตในอนาคตอีกด้วย

ขณะที่ประเด็นของโครงการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดแม้จะมีการปลดล็อกเพิ่มบางส่วนเป็นแนวโน้มที่ดี แต่ในอนาคตภาพการลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติอาจเกิดความไม่มั่นใจและไม่มาลงทุนในประเทศไทย และต่อจากนี้ไปการลงทุนจะเงียบอีก 12 ปีกว่าจะดึงความเชื่อมั่นกลับมา จากประเด็นทั้งสองอาจส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะโต 4% อาจไม่เป็นไปตามการคาดการณ์ได้

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ได้คาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2553 ไว้ 3 กรณี โดยกรณีแรก ขยายตัว 34% หรือเฉลี่ย 3.5% มีโอกาสเป็นไปได้สูงถึง 65% คือสถานการณ์ทางการเมืองมีเสถียรภาพ แม้จะมีการยุบสภา หรือมีการเรียกร้องทางการเมือง แต่ไม่มีเหตุรุนแรงจนมีเหตุปะทะกัน ปัญหามาบตาพุดสามารถทำได้อย่างช้าไตรมาส 3 ประกอบกับ เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวเฉลี่ยที่ 3% และมาตรการไทยเข้มแข็งสามารถดำเนินการได้กรณีสอง เศรษฐกิจไทย ขยายตัว 45% มีความเป็นไปได้ 25% หากสถานการณ์ทางการเมืองเป็นปกติ

กรณีสาม ขยายตัว 23% มีโอกาสเป็นไปได้ 10% หากการเมืองวุ่นวายเกิดการปะทะกันรุนแรง ซึ่งทำให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวหายไป 5 หมื่นล้านบาท การบริโภคหายไป 35 หมื่นล้านบาท และเม็ดเงินจากการลงทุนหายไป 24หมื่นล้านบาท รวมเงินหายไปจากระบบเศรษฐกิจ 11.9 แสนล้านบาท นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหามาบตาพุดน่าหนักใจมากกว่าปัญหาการเมือง แม้กรณีที่รัฐบาลสามารถออกกฎหมายที่ชัดเจนออกมา แต่เชื่อว่าการลงทุนจะเงียบไปอีก 12 ปี เพราะนักลงทุนต่างชาติมีทางเลือก ถ้าประเทศไทยไม่น่าสนใจ จะหันไปลงทุนประเทศอื่น ซึ่งนักลงทุนญี่ปุ่นมองว่าขณะนี้เวียดนามน่าสนใจกว่าไทยเสียอีก

กรณีศาลปกครองกลางให้ 7 โครงการในมาบตาพุดเดินหน้าก่อสร้างโครงการต่อได้ ในฐานะเจ้าหนี้เห็นด้วย แม้ลูกค้าจะมีความเสี่ยงที่สร้างเสร็จแล้วไม่รู้จะผ่านสิ่งแวดล้อมหรือไม่ แต่การที่โครงการเดินหน้าก่อสร้างได้ย่อมดีกว่าหยุดชะงักไม่ทำอะไร ก่อให้เกิดการจ้างงาน ผู้รับเหมาไม่ได้รับผลกระทบ แต่เชื่อว่าบริษัทเหล่านี้ต้องศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะบริษัทที่เข้าไปลงทุนล้วนเป็นบริษัทใหญ่ ทั้งของไทยและต่างชาติ คงทำได้ดีอยู่แล้ว

เหตุการณ์วันที่ 26 ก.พ. คาดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร คนในสังคมไม่มีต้องการความรุนแรง อยากขอร้องให้ทุกฝ่ายทำอะไรต้องคิดถึงส่วนรวม น่าเสียดายหากเศรษฐกิจไทยไม่ได้โตอย่างที่ควรจะเป็นเสียดาย ถ้าประเทศสงบได้ เราจะมีศักยภาพสูงมาก

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ