
รัฐไม่ขายข้าว4เดือน
โพสต์ทูเดย์
— “ไตรรงค์” ลั่นไม่ระบายข้าวรัฐ 4 เดือน หวังดันราคา ไล่พ่อค้าไปซื้อจากชาวนา เร่งเปิดจุดรับซื้อ 5 จังหวัดสกัดม็อบบุกกรุงนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ว่า หากมีการยกเลิกประมูลข้าว 5 แสนตัน ขอยืนยันว่าใน 34 เดือนนี้ ไม่คิดขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลให้กับพ่อค้าส่งออกข้าวดังนั้นพ่อค้าส่งออกอย่ามาหวังที่จะได้ข้าวรัฐ หากตนยังเป็นรองนายกฯ อยู่ แต่ถ้าอยากได้ข้าวก็ให้ไปซื้อที่ชาวนาเอง รวมทั้งยังไม่ได้คิดจะขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เพราะยังมีช่องจังหวะให้ดำเนินการ
ทั้งนี้ ในส่วนของการประมูลข้าวสต๊อกรัฐ 5 แสนตันให้ผู้ส่งออก จากการสอบถามนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ และนายวิจักร วิเศษน้อย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ พบว่า การยื่นซองประมูลข้าว 5 แสนตันวันที่ 22 ก.พ. เปิดซองวันที่ 23 ก.พ. และการต่อรองวันที่ 24 ก.พ. ราคาที่ต่อรองได้จากเอกชนวันที่ 24 ก.พ. ต่ำกว่าราคาตลาดมาก กระทรวงพาณิชย์เห็นว่าควรยกเลิก ซึ่งจะทำหนังสือรายงานการประมูลมาให้ กขช. ในการประชุมครั้งหน้า โดยการประชุมครั้งนี้ยังไม่ถือว่ามีมติของ กขช. ยกเลิกประมูล
ที่มีการยืนยันแล้วว่า จะไม่มีการจำหน่ายข้าวในสต๊อกรัฐบาล 5 แสนตันให้กับผู้ส่งออกในประเทศ เนื่องจากขณะนี้ราคาข้าวจะสูงขึ้นอีก 300 บาทต่อเกวียน อย่างไรก็ตามในที่ประชุมได้สอบถามนางพรทิวา นาคาศัย รมว. พาณิชย์ และ นายวิจักร วิเศษน้อย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ แล้วพบว่าการยื่นซองเปิดประมูลข้าว 5 แสนตัน ในวันที่ 22 ก.พ. และเริ่มเปิดซองในวันที่ 23 ก.พ. รวมทั้งจะมีต่อรองในวันที่ 24 ก.พ.นั้น ราคาที่เอกชนเสนอต่ำกว่าราคาตลาดมาก
ทั้งนี้ นายไตรรงค์ อ้างว่า กระทรวงพาณิชย์ มีความเห็นว่า ควรจะยกเลิกการประมูลข้าว 5 แสนตัน แต่ยังไม่ถือว่าเป็นมติของ กขช. เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ยังไม่ได้เสนอเป็นวาระการประชุม แต่จะจัดทำหนังสือรายงานการยื่นประมูลมาเสนอ กขช.อีกครั้ง เพราะเป็นความเห็นส่วนตัว
“ราคาที่ยื่นมาต่ำมาก เป็นที่ไม่น่าพอใจ ควรที่จะยกเลิก ”นายไตรรงค์กล่าวอ้างคำพูดรมว.พาณิชย์และอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า หลังมีข่าวรัฐบาลล้มประมูลข้าว 5 แสนตัน ที่เปิดประมูลเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา และรัฐบาลเปิดรับซื้อข้าวเปลือกนาปรังจากเกษตรในขณะนี้ ทำให้ราคาข้าวเปลือกและข้าวสารเพิ่มขึ้นตันละ 500600 บาท โดยราคาข้าวเปลือกมาอยู่ที่ตันละ 9,6001.15 หมื่นบาท จาก 9,5001.1 หมื่นบาท ส่วนข้าวสารขยับเพิ่มเป็นตันละ 1.6 หมื่นบาท แต่ไม่มีผลต่อการส่งออกมากนัก เพราะตลาดส่งออกเงียบ หลังเวียดนามลดค่าเงินด่อง ทำให้ราคาส่งออกข้าวเวียดนามถูกกว่าไทยตันละ 100 เหรียญสหรัฐ หรืออยู่ที่ตันละ 430440 เหรียญสหรัฐ แต่ข้าวไทยตันละ 510520 เหรียญสหรัฐ
นายพุทธิสัตย์ นามเดช รักษาการผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวว่า กรณีที่โรงสีในหลายพื้นที่ไม่เข้าร่วมโครงการรับซื้อข้าวจากเกษตรกรในขณะนี้ เพราะติดปัญหาเงื่อนไขที่ต้องวางค้ำประกันถึง 70% ของมูลค่าข้าวที่รับซื้อนั้น ขณะนี้ รัฐบาลได้ปรับลดให้เหลือเพียง 50% แล้ว โดยในสัปดาห์หน้า อคส.จะออกประกาศเชิญชวนภาคเอกชน ที่มีโกดังเก็บสินค้าเกษตร รวมถึงสหกรณ์การเกษตร เข้าร่วมเป็นคู่สัญญากับอคส. เพื่อรับฝากเก็บข้าว ที่รัฐจะซื้อจากเกษตรกรในขณะนี้ โดยหากรายใดเสนอราคาค่ารับฝากต่ำกว่า 55 บาทต่อตันต่อเดือน จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
******ามคาดล้มประมูลขายข้าว 5 แสนตัน อ้าง
“เจ๊พรวิจักร” เห็นด้วยคาดเสนอ กขช.ครั้งหน้า ชง“มาร์ค” ตั้งกก.สอบแก๊งปล่อยข่าวขายข้าว 2ล้านตัน โทษจำคุก 7 ปีปรับ 1.4 แสน ส่วนมติกขช. แก้ปัญหาม๊อบชาวนาบุกทำเนียบตั้งโต๊ะรับซื้อ 5 จังหวัดนายไตรรงค์ กล่าวว่า ที่ประชุมกขช. เห็นชอบให้ตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรโดยตรง 5 จังหวัดที่มีปัญหาราคาตกต่ำ คือ สุโขทัย สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก และชัยนาท เริ่มวันที่ 26 ก.พ.นี้ จึงขอให้ชาวนาใจเย็นๆหน้าโรงสีในพื้นที่นั้น ๆโดยเริ่มในวันที่ 26 ก.พ.นี้จนกว่าเกษตรกรจะขายข้าวจนหมด โดยตามรายงานตัวเลขของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ณ เดือนธันวาคม 2552 โดยคาดว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 จะมีปริมาณข้าวเปลือกจะออกมาร้อยละ 3.5 ของประมาณข้าวทั้งหมดหรือประมาณ 290,000 ตัน ทั้งนี้มีมติให้กระทรวงพาณิชย์ ไปตั้งจุดรับซื้อตามกฎเกณฑ์ของทางราชการ ที่ตั้งราคาอ้างอิงไว้ที่ข้าวเปลือกความชื้น 15% 10,000 บาทต่อเกวียน โดยได้กำหนดให้ 1.รับซื้อข้าวเปลือกความชื้น 28% ในราคา 7,900 บาทต่อเกวียนและ 2.รับซื้อข้าวเปลือกความชื้น 25% ในราคา 8,403 บาทต่อเกวียน ทั้งนี้ไม่มีการรับซื้อข้าวเบา(ข้าวไวแสง)
ขณะที่กำหนดให้ผู้ที่ขึ้นทะเบียนในรอบนี้ไว้แล้วสามารถนำหลักฐานที่ทำไว้มาเข้าโครงการได้ทันที ขณะที่ผู้ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็สามารถนำหลักฐานที่ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้หรือมีหลักฐานเดิมอยู่แล้วและประชาคมรับรองมายื่นที่จุดรับซื้อได้
“
คืนนี้ผมจะคุยกับเจ้าของโรงสี ทั้งในและนอกโครงการ เพื่อให้มาเข้าร่วมตั้งจุดรับซื้อร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ดังนั้นขอให้ชาวนาใจเย็น ๆ อย่าไปวิตกทุกข์ร้อนแทนทั้งปี ”รองนายกฯกล่าวนายไตรรงค์ กล่าวด้วยว่า กขช.เอาข้อมูลราคาข้าวมาให้ดูและในส่วนตัวก็เห็นว่า ในเดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคม ราคาข้าวในตลาดโลกจะยังผันผวนเนื่องจากภาวะขาดแคลนอาหาร หลายประเทศก็ได้รับผลกระทบที่ผลิตข้าวและเสียหาย แวดวงการทูตก็รู้ หากเขามาซื้อก็จะเกิดปัญหา แต่จะเป็นปัญหาเพียงแค่ 2 เดือนนี้เท่านั้น โดยยืนยันว่าจากนี้ไปราคาข้าวจะดีขึ้นอย่างแน่นอนส่วนกรณีที่ชาวนาจะเดินทางมาในทำเนียบ กทม.วันที่ 26 ก.พ.นี้ โดยอ้างว่า ได้รับผลกระทบการราคาข้าวเปลือกนั้น นายไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ก็ผมแถลงข่าวเองในวันนี้ก็หวังว่าชาวนา จะไม่เข้ามาในกทม. เพราะตนก็พูดช่วยเหลือได้แค่นี้ ซึ่งก็ปกป้องเพื่อช่วยเหลือชาวนาเต็มที่แล้ว
“ผมก็เป็นลูกชาวนา ผมก็รู่ความรู้สึก แต่ก็ต้องมีความพอดี”*****“
มาร์ค” ตั้งกก.สอบแก๊งปล่อยข่าวขายข้าว 2ล้านตันนายไตรรงค์ กล่าวอีกว่า นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้นำรายชื่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการปล่อยข่าวว่ารัฐบาลจะเปิดประมูลข้าวในสต๊อก 2 ล้านตัน จนทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกผันผวน มาเสนอตน แต่เห็นว่า เรื่องนี้ถือเป็นมติครม.นายกฯมีอำนาจ ดังนั้นจึงเสนอให้นายกอร์ปศักดิ์ ขอความเห็นชอบเพื่อให้นายกรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้ง ทราบว่า คนที่ปล่อยข่าวจะมีความผิดตามกฎหมายการควบคุมราคาสินค้า โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท“
ผมบอกในครม.ว่า ไม่มั่นใจว่าจะเป็นนายวิจักรให้ข่าวตามที่สื่อบลูมเบิร์กลงข่าว จึงเสนอให้มีการสอบสวน นายกฯก็บอกว่าต้องเอาจริง เพราะเสียหายมาก”ทั้งนี้ นายกฯ ในฐานะประธาน กขช. ยังแต่งตั้งนายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ เลขานุการรองนายกฯ(นายไตรรงค์) เป็นโฆษก กขช.ด้วยธกส.ควัก2หมื่นล้านบาทแทรกแซงราคาข้าวเปลือกตกต่ำ
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธนาคารเตรียมเงินไว้จำนวน 2 หมื่นล้านบาท เพื่อให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) กู้ยืม 1.7 หมื่นล้านบาท และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) 3 พันล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี เพื่อนำไปซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรที่ออกมาเรียกร้องเนื่องจากราคาข้าวเปลือกราคาตกต่ำในขณะนี้
สำหรับการดำเนินการรับซื้อข้าวเปลือก ทาง อคส. และ อ.ต.ก. จะเข้าไปแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าวเปลือก ด้วยการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวเปลือกในราคาอ้างอิงที่กำหนด โดยคาดว่าจะรับซื้อข้าวเปลือกที่ตันละประมาณ 1 หมื่นบาท เป็นข้าวที่รับซื้อได้ทั้งหมดประมาณ 2 ล้านตัน แต่เชื่อว่าอาจจะไม่ต้องซื้อข้าวถึง 2 ล้านตัน ราคาข้าวก็น่าจะขยับขึ้นมาในปกติได้ ซึ่งขณะนี้มีการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวเปลือกจำนวน 8 จุด ใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอยุธยา และจังหวัดพิษณุโลก
นายลักษณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาในช่วงเดือน ม.ค. 2553 ราคาอ้างอิงข้าวเปลือก 5% อยู่ที่ตันละ 10,164 บาท และได้ตกลงมาอยู่ที่ตันละ 9,993 บาท ในช่วงต้นเดือนปลายเดือนม.ค. 2553 และ ในช่วงเดือน ก.พ. 2553 ราคาอ้างอิงได้ตกลงมาอยู่ที่ตันละ 9,986 บาท ซึ่งโรงสีได้รับซื้อข้าวเปลือกต่ำว่าราคาอ้างอิงทำให้เกษตรได้รับความเดือดร้อน คณะรัฐมนตรีจึงได้ขยายเวลามาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกโดยให้ อคส. และ อ.ต.ก. เข้าไปรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร โดยให้ ธ.ก.ส. สนับสนุนทางการเงินให้
นอกจากนี้ ในส่วนของ ธ.ก.ส. ยังได้เปิดโครงการรับฝากข้าวเปลือกในยุ้งฉางเกษตรกร เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรในการชะลอการขายผลผลิตในช่วงราคาตกต่ำ โดย ธ.ก.ส. คิดอัตราดอกเบี้ยการรับฝากจากเกษตร 2% ต่อปี ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้ดำเนินโครงการดังกล่าวในภาคต่างๆ ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2552 ถึง ก.พ. 2553 ยกเว้นภาคใต้ ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2553 ถึง พ.ค. 2553 กำหนดระยะเวลาไถ่ถอนภายใน 4 เดือน
นายลักษณ์ กล่าวว่า ในช่วงนี้ข้าวเปลือกที่ออกสู่ตลาดส่วนใหญ่เป็นข้าวเปลือกนาปรัง ซึ่งมักมีความชื้นสูงกว่าปกติ เวลานำไปขายจึงถูกกดราคา ดังนั้นเกษตรการดูแลข้าวเปลือกของตนเอง เช่น เก็บเกี่ยวในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมกับอายุของข้าว เพื่อให้ข้าวที่ผลิตมีคุณภาพดีและเก็บได้นานขึ้น อย่าเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ วันที่ 26 ก.พ. ตามที่มีการขู่







