
ค่าไฟแพง
คนใช้ไฟฟ้าร้องจ๊าก เมื่อเห็นใบเสร็จมาเก็บค่าใช้ไฟฟ้าในเดือน ธ.ค. 2554
คนใช้ไฟฟ้าร้องจ๊าก เมื่อเห็นใบเสร็จมาเก็บค่าใช้ไฟฟ้าในเดือน ธ.ค. 2554
บ้านหลายหลังคนในครอบครัวเพิ่งย้ายกลับเข้ามา หลังจากต้องอพยพหนีน้ำท่วมใหญ่ไปอยู่ที่อื่นมานานนับเดือน หรือหากยังอยู่ที่บ้านได้ต่อไป แต่พบว่าค่าไฟฟ้ากลับสูงกว่าภาวะปกติ
เวลานี้ การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. กำลังหัวหมุนเพราะได้รับการร้องเรียนเรื่อง “ค่าไฟฟ้าแพงหูฉี่” จนสายไหม้ คอลเซ็นเตอร์ 1130 ให้บริการไม่ทันการณ์
“นายมนตรี พานิชกิจ” ผู้ช่วยผู้ว่าการ กฟน. ยอมรับผิด และชี้แจงว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมในเดือน ต.ค.พ.ย. 2554 ที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าจดหน่วยการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ที่น้ำท่วมขังได้ตามกำหนดรอบการจดหน่วยปกติ จึงมีความจำเป็นต้องจดภายหลังจากน้ำท่วมคลี่คลายลงแล้วในเดือน ธ.ค.
หลังจากนั้น ได้แบ่งหน่วยการใช้ไฟฟ้าที่จดได้ออกใบแจ้งค่าไฟฟ้าเป็น 2 ฉบับ คือฉบับเดือน ต.ค. และ พ.ย.
การรวมยอดการใช้ 2 เดือนแล้วแตกเป็นใบเสร็จ2 ใบ จะช่วยลดหน่วยการใช้ไฟฟ้าในช่วงอัตราก้าวหน้าลงทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับประโยชน์มากกว่าการออกใบเสร็จ1 ใบ ทั้งนี้มีการยกตัวอย่างกรณีการใช้ไฟฟ้าใน 2 เดือน รวม 350 หน่วย หากออกใบเสร็จ 1 ใบ เป็นเงิน 1,261 บาท แต่หากออกใบเสร็จเป็น 2 ใบ จากการใช้ไฟฟ้าเดือนละ 175 หน่วย ตกเดือนละ 573.04 บาท รวมเป็นเงิน 1,146.08 บาท
นี่คือสิ่งที่ทาง กฟน.ชี้แจงข้อเท็จจริง
แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า บางบ้านที่ไม่มีคนอยู่อาศัยกลับมีค่าไฟฟ้าสูงอยู่ ซึ่งทาง กฟน.ได้รับการร้องเรียนเรื่องนี้จำนวนมาก ทำได้เพียงแต่ขอรับเรื่องไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป แต่ไม่สามารถกำหนดช่วงเวลาได้ว่าจะมีคำตอบให้ได้เมื่อใด ให้แต่กรอบเวลาว่าการตรวจสอบจะใช้เวลาอย่างต่ำ 15 วันทำการ
กฟน.จะต้องรวมพลังแก้ไขปัญหานี้ให้ลุล่วงโดยเร็วไม่ใช่ปล่อยให้การทำงานเป็นไปตามภาวะปกติ
ที่สำคัญ หากพบว่าการเรียกเก็บไม่ถูกต้อง ขณะที่เงินที่ถูกตัดออกจากบัญชีเงินฝากของธนาคารพาณิชย์แล้ว กฟน.จะรับผิดชอบและชดเชยกลับคืนให้ได้อย่างไร
นอกจากนี้ กฟน.จะต้องคิดและหาทางป้องกันไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้นอีกซ้ำสอง เพราะปัญหาน้ำท่วมใหญ่ไม่ใช่เป็นเรื่องไกลตัว ส่วนภัยธรรมชาติอื่นๆ ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และหากจะมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการออกใบเสร็จ จะต้องมีการแจ้งหรือทำการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ใช้ทราบก่อนที่จะทำ เพื่อไม่ให้ตกใจและประชาชนจะได้มีการตรวจสอบรายละเอียดของใบเสร็จมากยิ่งขึ้น







