
คลื่นยักษ์ถล่มถึงปลายเดือน ชาวบ้านนับพันครัวเรือนหนีตาย
คลื่นยักษ์ในอ่าวไทย ซึ่งมีความสูง 24 เมตร จากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย
คลื่นยักษ์ในอ่าวไทย ซึ่งมีความสูง 24 เมตร จากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
คลื่นยักษ์ในอ่าวไทย ซึ่งมีความสูง 24 เมตร จากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ยังคงกระหน่ำสร้างความเสียหายให้พื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยอย่างรุนแรงเป็นวันที่ 2 โดยตั้งแต่ช่วงกลางดึกวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา ชาวบ้านท่าเข็น หมู่ 1 ต.คลองแดน อ.ระโนด จ.สงขลา กว่า 50 คน ต้องอพยพหนีคลื่นยักษ์มาอาศัยศาลาวัดหัวคุ้งกันอย่างโกลาหล เนื่องจากคลื่นซัดน้ำทะเลเข้ามา ทำให้บ้านเรือนเสียหาย
ขณะที่พื้นที่อื่นๆ ก็ประสบกับความโกลาหลไม่แพ้กัน ที่ จ.นครศรีธรรมราช ชาวบ้านหน้าศาล ต.หน้าสตน อ.หัวไทร กว่า 30 ครัวเรือน ต้องอพยพจากบ้านพักริมทะเล
ด้าน ต.ขนาบนาก และท่าพญา อ.ปากพนัง น้ำซัดเข้าชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมู่บ้านชาวประมงแหลมตะลุมพุก น้ำทะเลหนุนสูงเข้าท่วมหมู่บ้าน ชาวบ้านและกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 4 ช่วยกันรื้อบ้านพักกว่า 10 หลัง เพื่อนำวัสดุที่ยังพอใช้ได้ไปปลูกสร้างใหม่ในที่ปลอดภัย
สราวุธ พลายด้วง ชาวบ้านแหลมตะลุมพุก กล่าวว่า จำเป็นต้องรื้อบ้านเพื่อรักษาวัสดุก่อสร้างที่ยังใช้การได้ไว้ ก่อนที่ทุกอย่างจะเสียหายเกินแก้ ก่อนหน้านี้ชาวบ้านบางคนไม่ได้รื้อบ้าน ทำให้บ้านทั้งหลังถูกคลื่นซัดพังเสียหายทั้งหมด
“ปัญหาในขณะนี้คือ ชาวบ้านไม่มีที่อยู่อาศัย แม้แต่สถานที่สำหรับเก็บสิ่งของก็ไม่มี ต้องเข้าไปปลูกสร้างที่อยู่อาศัยใหม่บริเวณป่าสงวนที่อยู่ตรงข้าม เพราะชาวบ้านไม่มีที่อยู่อาศัยแล้ว”
ทั้งนี้ จ.นครศรีธรรมราช มีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 650 ครัวเรือน
สมบูรณ์ เกตุแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ซึ่งเข้ามาตรวจสอบพื้นที่ กล่าวว่า ปัญหาชายฝั่งทะเลถูกกัดเซาะ เกิดจากการสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาและการทำนากุ้ง ทำให้การเคลื่อนที่ของน้ำมาเจอสิ่งกีดขวาง จึงทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนไปกัดเซาะชายฝั่ง สาเหตุที่ทำให้คลื่นใหญ่เพราะทรายชายหาดถูกกัดเซาะจนเป็นที่ลึก ทำให้คลื่นใหญ่อย่างที่เห็น
จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด ไม่เพียงการมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลยาวเกือบ 200 กิโลเมตร รวมทั้งพื้นที่ท่องเที่ยวซึ่งมีชื่อเสียงอย่าง หาดหัวหิน อ.หัวหิน รวมทั้งชายหาดในพื้นที่ อ.ปราณบุรี แม้จะยังไม่มีการยกเลิกการจองห้องพักเพื่อท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ แต่สถานการณ์คลื่นยักษ์ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะเกิดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 28 ธ.ค. ทำให้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประกาศให้พื้นที่ อ.หัวหิน สามร้อยยอด กุยบุรี และทับสะแก เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติวาตภัยคลื่นซัดชายฝั่งแล้ว
ส่วนอำเภออื่นๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นอาจจะต้องมีการประกาศพื้นที่ประสบภัยเพิ่มขึ้นอีก เบื้องต้นได้มีการสำรวจความเสียหาย พบว่ามีผู้ประสบภัยแล้วกว่า 500 ครัวเรือน
ด้าน วิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า มี 4 จังหวัดที่ได้รับความเสียหายจากคลื่นยักษ์ 1.จ.ชุมพร ได้แก่ อ.หลังสวน 2.จ.ประจวบคีรีขันธ์ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ทับสะแก หัวหิน กุยบุรี และสามร้อยยอด 3.จ.นครศรีธรรมราช 1 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากพนัง และ 4.จ.สุราษฎร์ธานี 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ดอนสัก และไชยา
สมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า คลื่นยักษ์ในภาคใต้ ไม่ใช่ปรากฏการณ์สตอร์มเซิร์จ (Storm Surge) เพราะสตอร์มเซิร์จเกิดขึ้นจากพายุ เมื่อเข้าใกล้ฝั่งทำให้เกิดคลื่นซัดเข้าฝั่ง แต่ที่เกิดขึ้นที่ภาคใต้คราวนี้ เรียกว่า มอนซูนเซิร์จ (monsoon surg) เกิดจากลมประจำถิ่น คือลมมรสุม สามารถเกิดได้อยู่เรื่อยๆ หลายครั้งจนกว่าฤดูฝนจะสิ้นสุดลง
“โอกาสที่จะเกิดมอนซูนเซิร์จ สามารถเกิดขึ้นได้อีกแน่นอน แต่ไม่สามารถบอกล่วงหน้าเป็นระยะเวลายาวนานได้ โดยบอกล่วงหน้าได้ประมาณ 3-4 วันเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้ คาดว่าปลายสัปดาห์นี้ก็จะเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ความรุนแรงอาจจะน้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา”







