
เฟซบุ๊กทวิตเตอร์เช็กอินอัพเดตเรียกโจร
ใกล้เทศกาลประจำปีเมื่อไหร่ โปรแกรมวางแผนเที่ยวพักผ่อนมากมายมีให้เลือกสรร หยุดครั้งนี้ 4 วัน
ใกล้เทศกาลประจำปีเมื่อไหร่ โปรแกรมวางแผนเที่ยวพักผ่อนมากมายมีให้เลือกสรร หยุดครั้งนี้ 4 วัน
โดย...ธนก บังผล
ใกล้เทศกาลประจำปีเมื่อไหร่ โปรแกรมวางแผนเที่ยวพักผ่อนมากมายมีให้เลือกสรร หยุดครั้งนี้ 4 วัน ใครๆ ก็อยากไปสัมผัสอากาศหนาว หรือจะไปทะเล
แต่อย่าเพิ่งวางแผนกันเพลินจนลืมดูแลบ้านช่อง เพราะโจรผู้ร้ายมักฉวยโอกาสย่องเข้าบ้านตอนช่วงเทศกาลวันหยุดยาวนี่แหละ แต่เดี๋ยวนี้มีโจรที่เราคาดไม่ถึง ใครมีเฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์ต้องระวัง
กรณีศึกษานี้ ใครมีเพื่อนเยอะๆ ยิ่งต้องระวัง บริษัท Legal & General ร่วมกับ มิเชล เฟรเซอร์ (Michael Fraser) ผู้ซึ่งเคยเป็นหัวขโมยแห่งโลกไซเบอร์ ที่กลับตัวมาทำงานให้ความรู้ป้องกันภัยจากการใช้อินเทอร์เน็ต ได้ทำการวิจัยและทดลองการใช้งานเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ทำให้มีข้อมูลที่เชื่อมโยงไปสู่โอกาสสร้างแรงจูงใจให้ก่ออาชญากรรม
เมื่อมีคนแปลกหน้าที่เราไม่รู้จักมา “ขอเป็นเพื่อน” ทางเฟซบุ๊กก็จะขึ้นคำเตือน “มีคำร้องขอเป็นเพื่อน” หรือถ้าผู้ใช้ทวิตเตอร์ก็จะมีผู้ใช้มาขอเป็น Following โดยเราก็สามารถไป Follow คนที่มาตามเราได้เช่นกัน
ไม่ต้องอ้างอิงผลการวิจัย เพราะพฤติกรรมของผู้ใช้บริการโซเชียลมีเดียส่วนมากมักสนใจที่จะเป็นเพื่อนกับทุกๆ คนในชุมชนออนไลน์ ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน จึงไม่รู้ว่าแต่ละคนมีนิสัยใจคออย่างไร
บางคนเช็กเรตติ้งอัพรูปให้คนเหล่านั้นมากด Like มาเมนต์ สะสมเพื่อนกันเพลิน บางคนเกิน 5,000 คน ...ซึ่งขอย้ำว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากๆ เคยเตือนกันมาหลายครั้งแล้ว เสี่ยงเอามากๆ
อย่าว่าแต่คนไทย ทีมวิจัยลองทดสอบส่งคำร้องขอเป็นเพื่อนไปยังกลุ่มผู้ใช้เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ในประเทศสหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ เพื่อหาคำตอบว่า จะมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียใน UK กี่รายที่ยอมรับ “เพื่อน” ที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเลย ปรากฏว่าได้รับการยอมรับถึง 13% ในขณะที่ถ้าเป็นทวิตเตอร์จะสูงถึง 92% โดยไม่มีการตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น
นอกจากเราจะรับเพื่อนแบบไม่อั้นอยู่แล้ว เรายังมีแอพ Foursquare ไว้เช็กอินบอกตำแหน่งที่อยู่ให้เพื่อนมากด Like อีกด้วย ซึ่งเด็กวัยรุ่นอังกฤษเองก็ชอบเช็กอินแข่งกันทั้งประเทศ
มีไม่น้อยที่โพสต์ข้อความแจ้งสถานะอัพเดตของตนเองเกี่ยวกับรายละเอียดแผนการในวันหยุด โดย 1 ใน 3 มักจะโพสต์ข้อความอัพเดตประมาณว่าจะไม่อยู่บ้านในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
ตัวเลขที่งานวิจัยนี้สำรวจพบว่า 64% ของกลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 1624 ปี จะแชร์แผนการในวันหยุดให้กับเพื่อนในกลุ่มได้ตั้งประเด็นหรือคอมเมนต์ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการโทรศัพท์ไปอีกทางหนึ่ง
โดยมี 25% ของผู้ใช้เฟซบุ๊กจะพูดคุยกันในประเด็นแผนการวันหยุดค่อนข้างละเอียด และ 17% มีการเช็กอินเปิดเผยที่อยู่ที่พักอาศัยของตัวเองให้เพื่อนในเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์รู้
โดยที่ไม่ได้เอะใจอะไร ขอเตือนอีกครั้งสำหรับคนที่ชอบรับเพื่อนแบบมั่วๆ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกัน และไม่รู้จักนิสัยใจคอ หวังจะเช็กเรตติ้งอย่างเดียวนั้น
การเช็กอินและการโพสต์ข้อความเหล่านั้น เป็นแหล่งข้อมูลอย่างดีให้แก่ผู้ที่ไม่หวังดี มิจฉาชีพ และโจร ที่คุณรับแอดมาเป็นเพื่อน วางแผนเพื่อเข้าขโมยของในช่วงวันหยุด และเวลาดังกล่าวที่คุณไม่ได้อยู่บ้านอย่างคาดไม่ถึง
ประเด็นที่สังคมไทยกำลังประสบอยู่ในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ก็คือ การเปิดเผยข้อมูลในลักษณะนี้กำลังกลายเป็นประเด็นที่น่าห่วงใยของผู้ปกครอง เพราะเด็กๆ อาจถูกล่อลวงจากผู้ไม่หวังดีได้อีกด้วย ล่าสุดหนุ่มอีสานหื่นได้หลอกสาวมาข่มขืนนักต่อนักแล้ว
อาชญากรรมในสังคมไทยที่เกิดจากการใช้เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เป็นเครื่องมือล่อลวง หรือก่อเหตุนั้นเพิ่งเริ่มต้น ก็หวังว่าข้อมูลงานวิจัยชิ้นนี้ คงจะทำให้นักท่องโลกไซเบอร์ที่ติดโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ได้ตระหนัก แล้วหันมาให้ความสำคัญกับคำเตือน ถ้าใช้อย่างพอดีย่อมมีประโยชน์ แต่จะกลายเป็นอันตรายทันที หากนำโลกอินเทอร์เน็ตเข้ามาในชีวิตมากเกินไป
โซเชียลมีเดีย
ต้องเป็นส่วนตัว
บางคนมีเพื่อนในโซเชียลมีเดียเป็นพันๆ คน แต่ในชีวิตจริงมีคนคบไม่ถึง 10 คน สาวกเฟซบุ๊กอาจจะทำใจลำบาก โดยเฉพาะคนที่เป็นทีมงาน หรือแอดมินของนักแสดง นักร้องหรือบุคคลสาธารณะที่มีแฟนคลับคอยติดตามผลงาน รวมไปถึงกลุ่มคนที่ใช้จำหน่ายสินค้าต่างๆ เพราะจะมีคนมาขอเป็นเพื่อนตลอด
วิธีแก้ง่ายๆ ก็คือตั้ง Account ขึ้นมาใหม่ ไม่ให้ปะปนกับส่วนตัว ในขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ผ่านบีบี ไอโฟน หรือโทรศัพท์ชนิดต่างๆ ให้พึงระวังว่าการเช็กอินในที่ต่างๆ ด้วย เพราะมีโอกาสที่จะทำให้เราสูญเสียทรัพย์สิน หรือถูกผู้ไม่หวังดีซึ่งอยู่ในบัญชีเพื่อนของเราดักทำร้าย จนอาจไปถึงการเปิดโอกาสให้โจรยกเค้าบ้านพักได้
ฉะนั้น สิ่งที่จะสามารถป้องกันภัยได้เป็นอย่างดี คือลบเพื่อนที่เราไม่รู้จักออกไปให้หมด เหลือแต่คนที่รู้จักจริงๆ เท่านั้น ...แค่นี้ทำได้หรือเปล่า







