posttoday
ทีดีอาร์ไอคาดปีหน้าว่างงานพุ่ง 1 แสนคน

ทีดีอาร์ไอคาดปีหน้าว่างงานพุ่ง 1 แสนคน

26 ธันวาคม 2554

นักวิชาการทีดีอาร์ไอ คาดว่าปีหน้าการว่างงานพุ่ง 1 แสนคน ขณะที่ระบบเตือนภัยแรงงานชี้ว่า สิ้นเดือน ม.ค. 2555 มีโอกาสเกิดวิกฤตการเลิกจ้าง 68%

นักวิชาการทีดีอาร์ไอ คาดว่าปีหน้าการว่างงานพุ่ง 1 แสนคน ขณะที่ระบบเตือนภัยแรงงานชี้ว่า สิ้นเดือน ม.ค. 2555 มีโอกาสเกิดวิกฤตการเลิกจ้าง 68%

ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ตลาดแรงงานในปี 2555 มีความเป็นไปได้ที่อัตราการว่างงานจะสูงขึ้นจากปัจจุบัน 0.7% หรือ 2 แสนคน เป็นเกือบ 1% หรือ 3 แสนคน โดยเฉพาะในไตรมาสแรก ซึ่งอัตราการว่างงานน่าจะสูง เพราะกว่าโรงงานที่ถูกน้ำท่วมจะกลับมาเดินสายผลิตเต็มที่ก็น่าจะอยู่ในช่วงสิ้นไตรมาสแล้ว

รวมทั้งหากรัฐบาลยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนได้ ความต้องการจ้างงานน่าจะยังชะลอตัว

ยงยุทธ กล่าวว่า แม้ผู้ประกอบการจะกลับมาเดินสายผลิตแล้วก็ตาม แต่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ เพราะต้องหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลนมาเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูโรงงาน เมื่อฟื้นฟูได้แล้วยังต้องเผชิญกับอัตราค่าจ้างใหม่เพิ่มอีกกว่า 40% ซึ่งเริ่มบังคับใช้เดือน เม.ย. 2555 พอดี ภาระทางการเงินเหล่านี้เป็นจุดเปลี่ยนว่าผู้ประกอบการจะเหลือเงินมาจ้างงานในระดับปกติหรือไม่ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่ปกติแน่นอน

นอกจากนี้ อาจมีโรงงานอีกจำนวนหนึ่งถือโอกาสครั้งนี้เปลี่ยนเครื่องจักรที่ถูกน้ำท่วมมาใช้เครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีสูง และใช้คนงานต่ำเพื่อประหยัดต้นทุนค่าจ้างอีกด้วย เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์สัดส่วนได้ว่าโรงงานที่ดำเนินการในลักษณะนี้จะมีเท่าใด

“แม้การคาดการณ์ขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2555 จะลดลงอยู่ที่ไม่เกิน 4% ซึ่งเพียงพอจะดูดซับแรงงานจบใหม่เข้าสู่ระบบได้ แต่แรงงานเหล่านี้น่าจะเข้าไปทดแทนแรงงานเดิมที่ถูกเลิกจ้าง หรือผันตัวออกไปอยู่ภาคการเกษตรมาก กว่า แรงงานใหม่จึงไม่ได้เข้ามาช่วยขยายกิจการการ เติบโตของภาคอุตสาหกรรมจึงไม่เติบโตมากนัก” ยงยุทธ กล่าว

เมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ปัญหาการว่างงานที่เกิดจากผลกระทบน้ำท่วมเป็นเพียงปัญหาชั่วคราวไม่น่าเป็นห่วง เพราะที่ผ่านมาตลาดแรงงานไทยอยู่ในภาวะตึงตัวมาโดยตลอด โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะฝีมือ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นปัญหายืดเยื้อในระยะต่อไป

เมธี ยังคาดการณ์ว่าภาคธุรกิจที่น่าจะขยายตัวได้ดีในปีหน้า คือ กลุ่มธุรกิจก่อสร้าง เนื่องจากจะเริ่มเห็นการฟื้นฟูโรงงาน บ้านเรือน และกิจการต่างๆ หลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย รวมทั้งภาคบริการต่างๆ และภาคการท่องเที่ยว ส่วนการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาใหม่ เชื่อว่าผู้ลงทุนจะดูความชัดเจนของภาครัฐบาลในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่าจะออกมาในทิศทางใด จะสร้างความมั่นใจและประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหามากน้อยเพียงใดด้วย  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท