
ความไม่ปลอดภัย
เทศกาลปีใหม่ที่กำลังใกล้เข้ามาพร้อมๆ กับความหวาดผวาไม่มั่นใจในเหตุการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้น
เทศกาลปีใหม่ที่กำลังใกล้เข้ามาพร้อมๆ กับความหวาดผวาไม่มั่นใจในเหตุการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้น
หลังจากไม่นานมานี้มีการพบระเบิดแสวงเครื่องวางไว้กลางถนนราชดำเนินบริเวณด้านหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไล่มาตั้งแต่รองนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารและตำรวจ ยืนยันแสดงความมั่นใจว่า วางมาตรการดูแลความปลอดภัยไว้อย่างรัดกุมแล้ว และด้านการข่าวก็ไม่มีเบาะแสการก่อเหตุรุนแรง
ผู้รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงอาจมองการรักษาความสงบ การป้องกันเหตุรุนแรงแค่เฉพาะการก่อวินาศกรรม เช่น การลอบวางระเบิดที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงส่งท้ายปีเก่า 2549
แต่เหตุการณ์คนร้ายขับรถกระบะไล่ยิงรถยนต์บนถนนรัชดาภิเษกในพื้นที่ สน.ประชาชื่น 4 คันรวด มีผู้บาดเจ็บ 2 คน และสามารถหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล เป็นเหตุอุกฉกรรจ์ที่สะท้อนช่องโหว่ด้านการป้องกัน
แม้ผ่านไปแล้วกว่า 2 วัน ก็ยังไร้เบาะแสร่องรอยของผู้ก่อเหตุอุกฉกรรจ์กลางเมืองรายนี้
คนร้ายที่ก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ไม่เกี่ยวข้อง ไม่แม้แต่มีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อน และเป็นการก่อเหตุอุกอาจกลางถนนในเมืองหลวง ทำให้ต้องตั้งข้อสงสัยถึงประสิทธิ ภาพการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ตามที่ผู้รับผิดชอบหลายๆ ฝ่ายเคยกล่าวไว้
หากจะอ้างถึงช่องโหว่ จุดอ่อนในการป้องกัน หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ควรจะต้องเพิ่มมาตรการในการปราบปราม เร่งสืบสวน ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด ให้ผู้ก่อเหตุยำเกรงต่อประสิทธิภาพของการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง
แต่หากการป้องกันไม่มีประสิทธิภาพ ซ้ำมาตรการปราบปรามก็หย่อนยาน แล้วชาวบ้าน ชาวเมือง จะหาความมั่นใจได้จากไหน
การติดตามคนร้ายลอบวางระเบิดในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นทำได้น้อยมาก แต่ก็ไม่แปลก เพราะการก่อเหตุลักษณะนี้ทำกันเป็นขบวนการและลักลอบทำ มีการเตรียมทางหนีทีไล่หลบหลีกเงื้อมมือกฎหมายไว้เป็นอย่างดี
แต่การซิ่งรถกระบะไล่ยิงผู้คนกลางเมือง ร่องรอยหลักฐานการก่อเหตุนั้นโจ่งแจ้ง ยากแก่การปกปิด หากยังไม่สามารถติดตามจับกุมมาดำเนินคดีได้ จะให้ชาวบ้านเกิดความมั่นใจได้อย่างไร โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญ ซึ่งผู้คนหมายมั่นจะเฉลิมฉลองอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องหวาดระแวง







