
ชวนนท์ ยันยื่นถอดนถอดปู-ปึ้ง
“โฆษก ปชป.” ยัน ยื่นถอดถอน “ปู-ปึ้ง” เหตุคืนพาสสปอร์ต “แม้ว” ติง รัฐบาลไม่จำเป็นต้องกู้เงิน 3.5 แสนล้านหากยังไร้แผนระยะยาว
“โฆษก ปชป.” ยัน ยื่นถอดถอน “ปู-ปึ้ง” เหตุคืนพาสสปอร์ต “แม้ว” ติง รัฐบาลไม่จำเป็นต้องกู้เงิน 3.5 แสนล้านหากยังไร้แผนระยะยาว
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่จะมีการยื่นถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศในเรื่องการออกหนังสือทางที่ขัดต่อระเบียบของกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้สังคมและนักวิชาการออกวิพาก์ษวิจารณ์ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรมต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งเหมือนกับเป็นการคืนบัตรประชาชน แต่การคืนหนังสือเดินทางถือว่าเป็นคนละกรณีกับการคืนบัตรประชาชน อยากนักวิชาการไปดูกฎระเบียบของกระทรวงต่างประเทศข้อที่ 21(2)(3) ตนอยากเรียกร้องให้นักวิชาการไปศึกษาอย่างจริงจังอย่าออกมาชี้นำประชาชนและจะเห็นได้ว่าเรื่อง 2 มาตรา มีจริง คือ มาตราของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีสูงกว่าคนอื่น
นายชวนนท์กล่าวว่า ตนอยากเรียนร้องให้ข้าราชการประจำของกระทรวงต่างประเทศที่มีศักดิ์ศรีมีความยุติธรรมในใจขอให้แสดงศักดิ์ศรีนี้ออกมาว่าไม่เห็นด้วยที่นายสุรพงษ์ระเบิกกฏระเบียบทำผิดกระบวนการ ซึ่งหลายท่านทราบแต่มีกระบวนการทางการเมืองบีบบังคับ ซึ่งถ้าแสดงตัวออกมาก็จะมีการกั้นตัวออกไป พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยากเล่นงานข้าราชการประจำ ซึ่งเหลือเวลาอีก1-2 วัน นี้จะยื่นถอดถอนบุคคลดังกล่าว
นายชวนนท์ ยังกล่าวถึงกรณี นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ(กยอ.) ที่ระบุว่ารัฐบาลจะมีการกู้เงิน 3.5 แสนล้าน เพื่อนำไปแก้ปัญหาน้ำอย่างครบวงจร ว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีแผนในระยะยาวที่แก้ปัญหาและถ้าจะมีการตั้งงบประมาณดังกล่าวขึ้นมางบนั้นจะมาจากไหน ทั้งนี้การทำโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การสร้างเขื่อนต้องใช้ระยะเวลา 4-5 ปี จึงไม่มีความจำเป็นและไม่เหมาะสมที่จะนำเงินไปกองไว้กับโครงการดังกล่าวหรือกรณีที่รัฐบาลจะออกพันธบัตรให้ประชาชนเพื่อไปซื้อกองทุนวายุพัตร์ รัฐบาลก็ยังไม่ความชัดเจนว่าจะให้ใช้จ่ายที่ไหน อย่างไรก็นโยบายประชานิยมที่ไม่เป็นประโยชนอาทิเช่น นโยบายบ้านหลังแรกและโครงการรถคันแรก นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลังก็ออกมาระบุว่าไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้รัฐบาลไม่คิดอะไรให้รอบด้านเอาเงินไปแล้วถ้าใช้ไม่ได้ก็จะเอาไปใช้ในโครงการอื่นและถ้าโครงการไหนไปไม่ได้ก็จะเอาเงินกลับคืนมา ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดของรัฐบาลที่ไม่มีความชัดเจน
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลอย่ามองระยะยาวเกินไปจนมองข้ามหัวประชาชนที่เดือดร้อนอยู่ ซึ่งการมองระยะยาวสามารถทำได้ แต่การแก้ปัญหาในระยะสั้นต้องแผนงานที่มีความชัดเจนอย่างมาตรการช่วยคูปอง 2,000 บาท เรื่องเครื่องไฟฟ้า ประชาชนไม่มีความเข้าใจว่าจะใช้อย่างไรและยังไม่ทราบว่าผู้ทีได้รับผลประโยชน์คือใคร ซึ่งเงินที่ออกมาจากงบประมาณกลางกลายเป็นเบี๊ยหัวแตก ทั้งนี้อยากรัฐบาลทบทวนโครงการทั้งหมด แต่ถ้าต้องการจะช่วยประชาชนจริงๆให้ช่วยรวบรวมเงินที่ทำโครงการประชานิยมแล้วปล่อยมาเป็นแพ็คเกจชุดเดียวกันเพื่อครอบคลุมการทำงานทุกกระทรวงช่วยเหลือประชาชนได้อย่างบรูณาการจะดีกว่าและทำโครงที่มีอยู่แล้วให้สำเร็จก่อนที่จะมาของบประมาณใหม่
นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีที่มีการขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีและก๊าซเอ็นจีวีและพลังงานทั่วไปว่า การยกเลิกการกองทุนน้ำมันของรัฐบาลเป็นการโกหกประชาชนเพราะเป็นแค่การชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันและไม่ได้ให้ราคาน้ำมันดีเซลไม่ได้ลดจริงอย่างที่รัฐบาลประกาศลด ทั้งนี้รัฐบาลกลับจะไปกู้เงินจำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อไปชดเชยกองทุนน้ำมัน ทำให้ประชาชนมีหนี้เพิ่มขึ้นทันทีตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 55 เป็นต้นไป
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติว่าประชาชนที่ใช้ก๊าซธรรมจำนวน 18,000 ล้านคัน ที่จะได้รับผลกระทบ คือค่าโดยสารและค่าครองชีพจะเพิ่มขึ้นในที่สุดสินค้าก็จะขึ้นราคาอย่างแน่นอน แต่ไม่เห็นรัฐมนตรีมีมาตรการอะไรมารองรับคิดนโยบายลูบหน้าปะจมูกไปวันๆ ทั้งที่ตอนหาเสียงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ระบุจะกระชากราคาน้ำมันแต่พอได้เป็นรัฐบาลกลับตบะสัตว์โกหกประชาชน
นายชวนนท์ กล่าวว่า การปล่อยตัวก๊าซธรรมชาติเกิดขึ้นพร้อมกับการไปยื่นประเทศพม่าของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยทางปตท.ได้สัมปทานบ่อก๊าซธรรมชาติถึง สองแห่งในประเทศพม่า ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่าตระกูลใหญ่ๆที่เป็นผู้ถือหุ้นในปตท.อาจได้รับผลประโยชน์จากการปล่อยตัวก๊าซธรรมชาติ







