
ปูโชว์แผนแก้น้ำท่วม
ยิ่งลักษณ์ เร่งสร้างความเชื่อมั่นมีแผนป้องกันน้ำท่วมเป็นรูปธรรม ดึงต่างชาติระดมสมองทำโครงสร้างให้เสร็จใน1 เดือน
ยิ่งลักษณ์ เร่งสร้างความเชื่อมั่นมีแผนป้องกันน้ำท่วมเป็นรูปธรรม ดึงต่างชาติระดมสมองทำโครงสร้างให้เสร็จใน1 เดือน
เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้จัดรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ร่วมกับนายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานคณะอนุกรรมการด้านการวางแผนและกำหนดมาตรการแก้ปัญหาระยะสั้นนายกิจจา ผลภาษี คณะอนุกรรมการ วางระบบบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน (กยน.)
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในระยะ 2 เดือนที่ผ่านมา มีแนวคิดที่จะเชิญผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำจากต่างประเทศเข้ามาหารือ และเชิญตัวแทนประเทศในอาเซียนและลุ่มแม่น้ำโขงเข้ามาร่วมดำเนินการศึกษาและป้องกันภัยพิบัติน้ำท่วมร่วมกันด้วย แผนการดำเนินการด้านต่างๆ ของ กยน. และ กยอ.จะเสร็จทันภายในเดือนหน้าอย่างแน่นอน
ทางด้านนายวีรพงษ์ กล่าวว่า กยอ.ได้เริ่มทำความเข้าใจกับหลายประเทศ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้นักลงทุน โดยตั้งงบประมาณแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบไว้ที่ 3.5 แสนล้านบาท อาจระดมทำกองทุนแบบกองทุนไทยเข้มแข็งเหมือนกับของรัฐบาลชุดที่แล้ว ขยายกองทุนรวมวายุภักษ์ และการให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรับภาระดอกเบี้ยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินปีละ 6 หมื่นล้านบาทเอง เพื่อให้สัดส่วนหนี้สาธารณะของประเทศไม่สูงจนเกินไป และจะให้มีการซ้อมน้ำท่วมปีละครั้งทุกเดือน ส.ค.
นายปีติพงศ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาระยะสั้นทางด้านวิศวกรรมจะต้องใช้เงินประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาทเริ่มทำตั้งแต่การดูแลต้นน้ำ ทำเขื่อนทำแก้มลิง ประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ ซึ่งบางส่วนจะต้องดำเนินการในปี 2555 เพื่อให้ทันหน้าฝน
หากแล้วเสร็จ มั่นใจว่าจะสามารถรับมือได้ เพราะระยะเร่งด่วนจะต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 5 เดือน ทั้งนี้ในการทำงานจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย และควรมีตัวแทนของรัฐในการลงไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง
นอกจากนี้ กยน. พบปัญหา 3 ส่วน คือ 1.ความไม่พร้อมด้านวิศวกรรม การปรับปรุง ซ่อมแซมกลไกต่างๆ 2.ระบบเตือนภัยมีปัญหา ประชาชนไม่รู้ข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้อง และ 3.การเผชิญภัย ในระบบพลเรือนยังอ่อนแอ เมื่อเกิดเหตุสามารถระดมพลเพื่อจัดการได้อย่างทันท่วงที
ทางด้านนายกิจจา กล่าวว่าการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนต้องดำเนินการภายใน 1-3 ปี จะต้องบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้สั่งการให้เริ่มสำรวจแม่น้ำ คู คลองต่างๆ ในลุ่มน้ำภาคเหนือ หลังจากนั้นจะสรุปเพื่อขออนุมัติงบกลาง จากปีงบประมาณ 2555 เพิ่มเติม เพื่อมาดำเนินการตามโครงการเร่งด่วนตามความเป็นจริง







