
เป็นไปได้จริงๆ
ถือเป็นสิ่งไม่ปกติมาก สำหรับภาวะราคาข้าวในขณะนี้เพราะทั้งโลก กำลังกังวลปัญหาผลผลิตข้าวลดลง อันเนื่องจากภัยธรรมชาติ
ถือเป็นสิ่งไม่ปกติมาก สำหรับภาวะราคาข้าวในขณะนี้เพราะทั้งโลก กำลังกังวลปัญหาผลผลิตข้าวลดลง อันเนื่องจากภัยธรรมชาติ
แต่ทว่า เมืองไทยที่เป็นประเทศผู้ปลูกข้าวรายใหญ่ของโลก กลับเผชิญปัญหาข้าวตกต่ำ
มันน่าหัวเราะสิ้นดี
เป็นการสวนทางกับภาวะตลาดข้าวโลก อาทิ จีน เพิ่งประกาศปรับราคาข้าวในประเทศขึ้นไป 10%
ทั้งหมด ถือเป็นการท้าทาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีโดยแท้
เพราะอภิสิทธิ์ เป็นผู้เปลี่ยนนโยบายข้าวจากการประกันราคา เป็นการประกันรายได้ หากราคาข้าวตกต่ำก็เท่ากับว่า อภิสิทธิ์บ้อท่า ทั้งที่เทวดาฟ้าดินเป็นใจให้ทุกอย่าง
เป็นการตบหน้าอันหล่อเหลาของนายกรัฐมนตรีฉาดใหญ่
แม้ไม่ใช่หมอดูฟันธง ก็ขอแปะข้างฝาเอาไว้ เหตุที่ข้าวในประเทศราคาตกมีเพียงประการเดียว นั่นก็คือ การประมูลขายข้าวในสต๊อกของกระทรวงพาณิชย์นั่นแหละ
มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุเช่นนี้ ประวัติศาสตร์การขายข้าวทุกคราว ก็จะเจอกับภาวะดังกล่าว
ทั้งหมดเหมือนกับการรวมหัวเพื่อกดราคาข้าว และใช้ราคาข้าวที่ตกต่ำลงเป็นราคาอ้างอิงไปซื้อข้าวในสต๊อก
และหลังจากการขายข้าว เมื่อข้าวไปอยู่ในมือพ่อค้าแล้ว ราคาข้าวจะขยับขึ้นทันที
งานนี้มีได้เสีย ใครจะอมพระประธานมาสาบานไม่มีอะไรในกอไผ่ ระวังฟ้าผ่ากระบาลแยก
หากจะทำให้ข้าวขึ้นราคา รัฐบาล ต้องสั่งให้หยุดขายข้าว และประกาศทั่วโลกว่า รัฐบาลจะขายข้าวเองในรูปแบบรัฐต่อรัฐ ขอให้ประเทศต่างๆ เสนอขายซื้อมา โดยเฉพาะชาติอาเซียน หรือมหามิตรอย่างจีน อินเดีย พร้อมขายราคามิตรภาพ
รับประกัน ราคาข้าวจะขึ้น ถ้าไม่ขึ้น ยินดีเอียงหัวให้เขก 3 ที ข้อหาสะเออะเสนอเรื่องไร้สาระ
แต่เชื่อเถอะ รัฐบาลไม่ทำหรอก เพราะงานนี้ มันเหมือนเป็นมหกรรมขันโตก เอาใจ ป้อนกันคนละคำสองคำ
คล้ายๆ ยื่นหมูยื่นแมวเพื่อให้คนรูปหล่อนั่งเก้าอี้อย่างมั่นคง !!!







