posttoday
ปี'55 สปส.ปรับใหญ่ 'จีรศักดิ์'ลั่น ไม่มีบริการห่วยอีกแน่

ปี'55 สปส.ปรับใหญ่ 'จีรศักดิ์'ลั่น ไม่มีบริการห่วยอีกแน่

23 ธันวาคม 2554

การปรับโครงสร้างระบบการจ่ายเงินจากเหมาจ่ายรายหัวมาเป็นจ่ายตามกลุ่มโรคร้ายแรง คือการปฏิรูประบบประกันสังคมที่น่าชื่นชม

การปรับโครงสร้างระบบการจ่ายเงินจากเหมาจ่ายรายหัวมาเป็นจ่ายตามกลุ่มโรคร้ายแรง คือการปฏิรูประบบประกันสังคมที่น่าชื่นชม

ทว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จำเป็นต้องตอบคำถามของนักวิชาการเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขว่า เงินที่จ่ายตามน้ำหนักสัมพันธ์ของโรค 1.5 หมื่นบาท–6 แสนบาท เป็นตัวเลขเหมาะสมหรือไม่ และจะกระทบการประกันสุขภาพทั้งระบบหรือไม่

จีรศักดิ์ สุคนธชาติ เลขาธิการ สปส. ระบุว่า ระบบการจ่ายเงินเดิมทำให้ผู้ป่วยที่มีค่าใช้จ่ายสูงถูกโรงพยาบาลดึงไข้ เพราะไม่อยากรักษาจนเข้าเนื้อ โดยแต่ละปีมีเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าวร่วม 500 เรื่อง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องดึงการจ่ายเงินโรคร้ายแรงมาดูแลเอง

จีรศักดิ์ อธิบายว่า สปส.จะกันเงินค่าเหมาจ่ายรายหัวออกมา 95 บาท/คน/ปี หรือรวมทั้งสิ้น 950 ล้านบาท บวกกับเงินที่จะใส่เพิ่มอีก 3,500 ล้านบาท รวมทั้งหมด 4,450 ล้านบาท ใช้เป็นเงินกองกลางรักษาโรคร้ายแรง เมื่อใดที่ผู้ป่วยเป็นโรคร้ายแรงเกินระดับ 2 สปส.จะนำเงินนี้ไปจ่าย

ปี'55 สปส.ปรับใหญ่ 'จีรศักดิ์'ลั่น ไม่มีบริการห่วยอีกแน่

 

“จากนี้จะไม่มีบริการที่ไม่ดีอีกแล้ว โดยระหว่างนี้ สปส.กำลังทยอยเซ็นสัญญากับโรงพยาบาลในสังกัด และเตรียมประชุมซักซ้อมความเข้าใจมาตรการที่จะใช้ในปี 2555” เลขาธิการ สปส.ยืนยัน

จีรศักดิ์ บอกอีกว่า สปส.ยังได้ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์อื่นๆ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2555 ได้แก่ 1.เพิ่มค่าคลอดบุตรจาก 1.2 หมื่นบาท/ครั้ง เป็น 1.3 หมื่นบาท/ครั้ง 2.เพิ่มค่าทันตกรรม กรณีถอนฟัน อุดฟัน และขูดหินปูน จากครั้งละไม่เกิน 250 บาท ปีละไม่เกิน 500 บาท เป็นครั้งละไม่เกิน 300 บาท ปีละไม่เกิน 600 บาท

3.เพิ่มสิทธิใส่รากฟันเทียมกรณีอุบัติเหตุเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 1.6 หมื่นบาท/ราก รายละไม่เกิน 2 ราก ตลอดจนขยายสิทธิกรณีผ่าฟันคุดและใส่ฟันเทียม 4.เพิ่มสิทธิในการรักษาโรคจิต 5.เพิ่มสิทธิรักษาผู้ทุพพลภาพ 6.เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรจาก 350 บาท เป็น 400 บาท

7.เพิ่มสิทธิรักษาโรคมะเร็ง 7 ชนิด 8.ปรับราคายาให้สูงขึ้น 9.เพิ่มสิทธิกรณีรักษาโรคเรื้อรังจากเดิมไม่เกิน 180 วัน/ปี เป็นรักษาต่อเนื่องตลอดปี 10.ปรับปรุงสิทธิกรณีให้ยา Erythropoietin และยาต้านไวรัสเอดส์

11.ให้สิทธิป่วยฉุกเฉินจากเดิมไม่เกิน 2 ครั้ง/ปี เป็นไม่จำกัดจำนวนครั้ง 12.เพิ่มสิทธิปลูกถ่ายไตให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังก่อนป่วยก่อนเป็นผู้ประกันตน ให้ได้สิทธิเท่ากับผู้ที่ป่วยหลังจากเป็นผู้ประกันตนไปแล้ว รวมทั้งเพิ่มค่ายากดภูมิ ค่าล้างไต

นอกจากนี้ สปส.ยังมีแผนเพิ่มความสะดวกด้านการแพทย์ โดยให้ใช้บัตรผู้ประกันตนเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาล เบื้องต้นจะทำเป็นกลุ่มโรงพยาบาลก่อน เช่น ผู้ที่ขึ้นทะเบียนกับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ก็ใช้บริการที่โรงพยาบาลอื่นๆ ในสังกัดกระทรวงนี้ได้เช่นกัน คาดว่าอย่างช้าสุดน่าจะเริ่มใช้ได้ไม่เกินครึ่งปีหน้า

“หลังจากเดือน พ.ค. 2555 ไปแล้ว เรายังมองถึงการขยายสิทธิแก่ผู้ประกันตนมาตรา 40 ซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบ โดยกำลังศึกษาการเพิ่มสิทธิเรื่องการเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร การจ่ายบำนาญชราภาพและเพิ่มสิทธิบริการทางการแพทย์ให้ใกล้เคียงกับผู้ประกันตนมาตรา 33” จีรศักดิ์ กล่าว

นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล ผู้อำนวยการสำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ สปส. อธิบายถึงระบบการตรวจสอบการเบิกค่ารักษาพยาบาลว่า ทุกครั้งที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษา โรงพยาบาลต้องบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อรายงานมายัง สปส. จากนั้น สปส.ถึงจะจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้ ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาการรักษาเกินความจำเป็น และการเบิกเงินเกินจริง

นอกจากนี้ สปส.เตรียมจ้างแพทย์ที่ปรึกษาเพิ่มขึ้นจาก 8 คนเป็น 14 คน และพยาบาลที่ปรึกษาเพิ่มขึ้นจาก 10 คนเป็น 13 คน เพื่อตรวจสอบข้อมูลของผู้ป่วยว่าโรงพยาบาลรายงานผลถูกต้องหรือไม่

 

ข่าวล่าสุด

คนไทยใช้ AI ดีขึ้น แต่ยังพบช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย ชัด

คนไทยใช้ AI ดีขึ้น แต่ยังพบช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย ชัด