
ปูถกศธ.เร่งจัดการศึกษารับอาเซียน
นายกรัฐมนตรี ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเสนอเร่งจัดการศึกษารับอาเซียน
นายกรัฐมนตรี ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเสนอเร่งจัดการศึกษารับอาเซียน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผย ภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ระดับปลัดกระทรวง ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ว่า ได้ร่วมพูดถึงอนาคตการศึกษาของเด็กไทย โดยเสนอว่า อยากเห็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่ตรงกับทิศทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่มีแนวทางกำหนดให้นักเรียน นักศึกษาจบมาจะต้องสัมพันธ์กับการจ้างงานด้วย รวมถึงให้มีการศึกษาและวิเคราะห์ในรายละเอียดเพิ่มเติม ว่าเราจะเข้ามาร่วมกันในการบูรณาการการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการอย่างไร เพื่อปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้นและรองรับความต้องการของตลาดแรงงาน
น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ศธ.ได้รายงานสถิติภาวะการจัดการศึกษาว่าประชากรวัยเรียนทั่งประเทศมี 16 ล้านคน แต่เข้ารับการศึกษาเพียง 14 ล้านคน โดยอยู่ในความรับผิดชอบของ ศธ. 13 ล้านคน และสังกัดอื่นๆอีก 1 ล้าน ส่วนอีก 2 ล้านคนหายไปจากระบบ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการออกกลางคันซึ่งพบว่ามีตั้งแต่จบป.6 ส่วนหนึ่งก็ไม่เรียนต่อ เมื่อจบม.3 ก็หายไปอีกเหลือเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาเพียง 55% ซึ่งนายกรัฐมนตรีและที่ประชุมให้ความสนใจกับสถิติภาวะดังกล่าว และมอบหมายให้ ศธ.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์ภาพรวมกำลังคนของภาคอุตสาหกรรม และวิเคราะห์เด็กที่หายออกจากระบบทั้งหมดว่าไปไหน
ฃน.ส.ศศิธารา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังเสนอความเห็นอีกว่า หากเด็กไม่ได้เรียนจะสามารถจัดการศึกษาให้กับเด็กกลุ่มนี้ได้หรือไม่อย่างไร โดยให้เวลาในการศึกษาวิเคราะห์ 1 เดือนและนำเข้าที่ประชุมในการประชุมครั้งต่อไป ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นว่า ศธ.ควรมีการปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนการสอนและเนื้อหาของหลักสูตรให้มีคุณภาพ และตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน และอยากให้มีการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยภาคเอกชนให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามนายกฯให้ความสนใจกับงานการศึกษามาก โดยแจ้งว่าหากมีอะไรให้ช่วยก็ขอให้บอก และยินดีจะช่วยเหลือ
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่านายกรัฐมนตรีได้เน้นเรื่องของการจัดสรรแท็บเล็ตให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ว่ามีความเหมาะสมเพราะเป็นวัยแรกเริ่มที่จะเรียนรู้ในเรื่องของเทคโนโลยีได้ ซึ่งการใช้เทคโนโลยีเข้ามาจะช่วยถือเป็นการวางพื้นฐานที่จะกระตุ้นการคิดอย่างสร้างสรรค์ของเด็ก แต่แท็บเล็ตนั้นคงไม่สามารถนำมาทดแทนหนังสือเรียนได้ในทันทีควรใช้เป็นตัวเสริมไปก่อน
ส่วนเนื้อหาที่จะบรรจุลงแท็บเล็ตควรมีการพัฒนาให้ดีและการใช้แท็บเล็ตควรจะเป็นแบบ Interactive หรือสามารถปฏิสัมพันธ์เชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างๆ เช่น เชื่อมโยงกับระบบกลางที่สามารถดึงข้อมูลจากส่วนต่างๆมาใช้ได้ นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำว่าต่อไปคงจะมีการขยายแท็บเล็ตไปทุกระดับชั้น ส่วนการจัดหาแท็บเล็ตควรเปิดในหลายๆช่องทางและควรให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร(ไอซีที)เข้ามาช่วยหรือให้ข้อเสนอแนะด้วย







