
สุเทพ ขอทุกฝ่ายรับคำตัดสินคดียึดทรัพย์พรุ่งนี้
สุเทพ-ประวิตร เผยไม่ห่วงสถานการณ์พรุ่งนี้ หลังศาลชี้ขาดคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ เชื่อไม่มีเหตุรุนแรง
สุเทพ-ประวิตร เผยไม่ห่วงสถานการณ์พรุ่งนี้ หลังศาลชี้ขาดคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ เชื่อไม่มีเหตุรุนแรง
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เรียกร้องให้ประชาชนยอมรับคำพิพากษาคดียึดทรัพย์จำนวนกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ (26 ก.พ.) ส่วนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 12-14 มี.ค. นั้น ยืนยันว่าจะไม่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อควบคุมการชุมนุม และตนเองก็ไม่ขอวิจารณ์ถึงกระแสกลุ่มคนเสื้อแดงที่กำลังตกในขณะนี้
ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าจะสู้จนดินกลบหน้านั้น มองว่าประชาชนคงจะรู้ว่าสู้เพื่อตัวเองและครอบครัว ขณะเดียวกัน ตนเองก็ไม่มีสิ่งใดกังวลที่องค์คณะตุลาการศาลฎีกาขอพักเซฟเฮ้าส์ในขณะนี้ ซึ่งตนเองสั่งการให้ดูแลอย่างเต็มที่แล้ว พร้อมจับตากระแสข่าวที่ระบุว่าจะมีรถแท็กซี่ไปปิดล้อมศาลฎีกาด้วย
นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังเรียกร้องกลุ่มชาวนาที่ไม่พอใจนโยบายการประกันราคาข้าวของรัฐบาล ว่าอย่ามาชุมนุมในช่วงนี้ เพราะเกรงจะถูกมองได้ว่าเป็นการผสมโรงกับกลุ่มคนเสื้อแดง
ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวก่อนเดินทางเข้าเป็นประธานการประชุมสภากลาโหมประจำเดือนมีนาคม ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางมาตรการเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย ดูแลพื้นที่โดยรอบศาลฎีกาแล้ว ซึ่งตนเองมองว่าในวันพรุ่งนี้ (26 ก.พ.) ที่ศาลจะมีการพิจารณาคดี ไม่น่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น โดยฝ่ายทหารไม่ได้จัดเตรียมแผนงานอะไรรองรับเป็นพิเศษ ทุกอย่างเป็นหน้าที่รับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีกาประสานขอกำลังสนับสนุนกับกองทัพบกแล้ว หากเห็นว่ามีกำลังไม่เพียงพอ จึงอยากขอร้องให้ประชาชนที่มารับฟังการพิจารณาคดีอยู่ในความสงบ ขณะที่การดูแลความปลอดภัยให้กับองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 ท่านนั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารไม่ได้มีการจัดส่งกำลังอะไรไปดูแลเป็นพิเศษ
ส่วนการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 12 มี.ค. นั้น เชื่อว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมาย แต่ไม่มีการประกาศใช้กฎหมายใดมาควบคุมสถานการณ์เป็นพิเศษ ขณะที่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ทาง กอ.รมน.ได้มีการติดตามประเมินสถานการณ์อยู่ และขอเรียกร้องให้ประชาชนยึดหลักกฎหมายของบ้านเมือง







