posttoday
ทะลายแก๊งลักรถชนแล้วปล้น

ทะลายแก๊งลักรถชนแล้วปล้น

25 กุมภาพันธ์ 2553

กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1เปิดแผนการซุ่มจับก่อนขยายผลไปสู่การทะลายเครือข่ายแก๊งลักรถ

กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1เปิดแผนการซุ่มจับก่อนขยายผลไปสู่การทะลายเครือข่ายแก๊งลักรถ

โดย ธนก บังผล

โจรลักรถขบวนการใหญ่ที่เพิ่งถูกกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 โค่นลง เป็นแก๊งที่ไม่ธรรมดามิจฉาชีพกลุ่มนี้ทำทีว่าขับแท็กซี่ชนท้าย ล่อให้เหยื่อลงมาจากรถเจรจาค่าเสียหาย ก่อนที่จะฉวยโอกาสล็อคเข้ารถแล้วเชิดหนีไปผลงานของสถานีตำรวจภูธรไทรน้อย ตามรวบขบวนการนี้ได้ 11 คน

ทะลายแก๊งลักรถชนแล้วปล้น พ.ต.อ.บุญญฤทธิ์ โล่สุวรรณ

พ.ต.อ.บุญญฤทธิ์ โล่สุวรรณ ผกก.สภ.ไทรน้อย ร่วมกับ พ.ต.ท.สุรพล แดงวิจิตร รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน และ ร.ต.อ.สมอาจ หมื่นอุตส่าห์ พนักงานสอบสวน เปิดแผนการซุ่มจับก่อนขยายผลไปสู่การทะลายเครือข่ายแก๊งลักรถเริ่มจากได้รับแจ้ง ว.40 เรื่องคดีรถชนปกติ ถนน 340 บางบัวทอง-ลาดหลุมแก้ว ตอนช่วง 15.30 น.เมื่อ 23 มกราคม ที่ผ่านมา จากร้านไก่ต้มข้างทางร้อยเวรพนักงานสอบสวนเดินทางไปดูที่เกิดเหตุ พบว่ารถแท็กซี่ที่ขับไปชนยังอยู่ มีรอยแตกของไฟหน้าด้านขวาเพียงเล็กน้อย เหมือนกับว่าไปแตะรถคันหน้าให้รู้ว่ามีอะไรชนเจอรถแท็กซี่ แต่ไม่เจอคู่กรณี! ถามชาวบ้านแถวนั้นก็ไม่มีใครเห็น เพราะถนนเส้นนั้นเป็นทางที่รถต้องวิ่งเร็วไปเรื่อยๆจึงได้นำรถแท็กซี่ทะเบียน มง 2615 กทม มาไว้ที่โรงพัก
 

ขณะที่ สภ.บางกรวย ก็ได้รับวิทยุ ว.40 เป็นเหตุเดียวกัน ทั้ง 2 โรงพักจึงประสานกัน ทราบว่า มีผู้ถูกขโมยรถแล้วนำตัวไปกักขังที่โรงแรมฟอร์ยู อินน์ เมื่อ สภ.บางกรวยส่งตัวผู้เสียหายมา ก็รู้แล้วว่าเป็นคดีชิงทรัพย์ผู้เสียหายเล่าว่า ไปรับหลานสาวอายุ 7 ปีและ 10 ปี จากโรงเรียนชลประทาน กำลังจะกลับบ้าน จู่ๆรถแท็กซี่พร้อมผู้โดยสารอีก 1 คน วิ่งเข้ามาชนท้าย เมื่อลงจากรถก็ทำทีว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ โทรหาประกัน ระหว่างนั้นคนขับแท็กซี่ก็ออกอุบายทำทีว่าหิวน้ำ ลุงใจดีหลงเชื่อให้หลานขึ้นไปหยิบน้ำบนรถให้ สบโอกาสโจรที่ทำทีท่าว่าเป็นผู้โดยสารผลักลุงขึ้นรถแล้วใช้มีดขู่ทันที โดยที่โจรร้ายในคราบคนขับแท็กซี่รีบขึ้นรถขับออกไปทันที ถ้าขัดขืน...โจรขู่ว่าหลานทั้ง 2 จะตกอยู่ในอันตรายเอาผ้าปิดตาแล้วพาเข้าโรงแรมม่านรูดไปกักขัง ก่อนจะหลบหนีไป
 

สืบจากแท็กซี่ที่ยึดได้ด้วยการสอบถามไปยังอู่เจ้าของ พบว่าณัฐภูมิ หรือ “ตั้ม” ฟักยอดทอง อายุ 29 ปี เป็นผู้เช่าไป เที่ยงคืนวันนั้น เจ้าหน้าที่เอารูปผู้ต้องสงสัยมาให้ลุงผู้เสียหายดู เมื่อถูกตัวแล้วเจ้าหน้าที่บุกไปที่บ้านทันที แต่ไม่เจอร่องรอยใดๆรุ่งขึ้นวันอาทิตย์ ตำรวจขอหมายจับนายณัฐภูมิ พร้อมเช็คประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเกี่ยวพันกับยาเสพติด ตัวใหญ่อย่างกับยักษ์สูง 190 เซนติเมตร รองเท้าเบอร์ 45 เมื่อรู้ว่านายณัฐภูมิชอบมั่วสุมยาเสพติด ข้อมูลที่มีอยู่ในพื้นที่ของตำรวจนำไปสู่การดักซุ่มจับ แต่คนร้ายรู้ตัวก่อน วงยาเสพติดแตกกระจาย นายณัฐภูมิทิ้งเสื้อ รองเท้า และกิ๊กสาวที่กระโดดหนีตำรวจไปได้ระหว่างที่กิ๊กสาวกำลังเคว้งอยู่ละแวกที่เกิดเหตุ นายณัฐภูมิโทรศัพท์หาแท็กซี่ให้ไปเอาของและรับเด็กมาหาที่โรงแรมรอยัล พาราไดซ์ ตำรวจที่ยังซุ่มอยู่ล็อคแท็กซี่พร้อมกิ๊กสาว แล้วย้อนรอยโจรทันที ในที่สุดนายณัฐภูมิก็จนมุมเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะห่วงเด็ก จับได้คาโรงแรมโดยละม่อม

 “มึงเป็นลูกผู้ชาย เปิดออกมา จบเป็นจบ มึงเกมแล้ว” ตำรวจสภ.ไทรน้อยเริ่มดำเนินคดีเพื่อขยายผลต่อ นายณัฐภูมิปฏิเสธทุกกรณี แต่จุดอ่อนก็คือเมียและลูกอายุ 8 ขวบ ที่ถ้าหากตั้งข้อหาว่าสมรู้ร่วมคิด ลูกของนายณัฐภูมิก็จะไม่มีใครเลี้ยงขบวนการล่อซื้อจึงเริ่มขึ้น โดยการหารถวีโก้ป้ายแดงใหม่เอี่ยมอีก 1 คัน ให้นายณัฐภูมิไปขาย ในราคาที่ถูกกว่าเดิม คือ 1.6 แสนบาท จาก 1.9 แสนบาท ทั้งๆที่ราคาตลาดอยู่ที่กว่า 7 แสนบาท ล่อเสือให้ออกจากถ้ำ มาที่ อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ปรากฏว่าเหนือกว่าที่คาดหมาย คือ เหล่าบรรดาที่ซื้อขายกับนายณัฐภูมิหลายเจ้าต่างไหลมาดูรถหลายคน เจ้าหน้าที่ตำรวจไปแค่ 2 ชุด รวมแล้ว 8 คน จำเป็นต้องประสานกับสภ.ดอนตูม และสายตรวจต่างๆ รวบได้ทั้งแก๊ง ทั้งหมดใช้เวลา 48 ชั่วโมง
 

พ.ต.อ.บุญญฤทธิ์ บอกว่า เวลาในการควบคุมตัวผู้ต้องหาตามกฎหมายมีน้อย หากได้สัก 7 วัน กินข้าวกันทุกมื้อ รับรองว่าน่าจะขยายไปได้ไกลกว่านี้แน่นอนว่าแก๊งนี้น่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีกเพียบ ถามว่าทำไมคนร้ายถึงทิ้งแท็กซี่ไว้ในที่เกิดเหตุ ผู้กำกับ สภ.ไทรน้อย บอกว่า จริงๆแล้วขบวนการนี้เวลาจะลงมือต้องใช้ 3 คน เมื่อชนเสร็จ คนหนึ่งประกบผู้เสียหาย คนสองขับรถที่ขโมย คนสามขับรถแท็กซี่ แต่วันนั้น คนที่สาม ไม่เอาด้วย จึงต้องทิ้งแท็กซี่ไว้ สืบทราบจนตามจับคนที่ทำทีท่าว่าเป็นผู้โดยสารได้เป็นคนสุดท้ายชื่อ นายสมชาติ หรือมีน แม่มิ่ง  คำให้การของนายสมชาติ กับนายณัฐภูมิ ไม่ตรงกัน หมายความว่านายณัฐภูมิยังพูดไม่หมด ยอมรับเป็นบางกรณีจนปัจจุบันรถวีโก้ของลุงผู้เสียหาย ยังไม่สามารถตามกลับมาได้นายณัฐภูมิและนายสมชาติ ถูกตั้งข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธ และหน่วงเหนี่ยวกักขัง จำคุก 15 ปี

ทะลายแก๊งลักรถชนแล้วปล้น

ส่วนเพื่อนร่วมแก๊งถูกตั้งข้อหารับของโจร โดยมีของกลางเป็นรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ฌต 5309 กทม. รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีเงิน ทะเบียน บว 2380 นครปฐม รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน บบ 8257 กาญจนบุรี โทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่างๆ จำนวน 11 เครื่อง พระเครื่อง 5 องค์
 

กรณีนี้ เมื่อตรวจค้นบ้านผู้ต้องหา พบว่านายณัฐภูมิมีโพยอู่รถแท็กซี่ไว้เพียบ ซึ่งเป็นอันตรายกับอู่แท็กซี่เช่นกัน พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้บัญชาการตำรวจภาค 1ยอมรับว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นแก๊งลักรถใหญ่ที่สุด เพราะมีเครือข่ายหลายคน หลังก่อเหตุชิงรถยนต์ได้มาแล้วจะส่งขายต่อกันเป็นทอดๆ เชื่อว่าคนร้ายแก๊งนี้ลงมือชิงรถยนต์มาแล้วหลายครั้งไม่เฉพาะรถยนต์เท่านั้น ก่อนหน้านี้ ตำรวจเป็นโจรเสียเอง ตั้งแก๊งลักจักรยานยนต์ตำรวจโรงพักเดียวกัน โดย ส.ต.ท.สน.ปทุมวัน ตั้งแก๊งขโมยรถเพื่อนข้าราชการตำรวจ เหตุนี้ถูกเผยขึ้นมาหลังรถจักรยานยนต์ในโรงพักหายติดๆ กันหลายคัน เจ้าหน้าที่จึงประสานขอตรวจกล้องวงจรปิด เจอโจรจะจะเป็น "ส.ต.ท." โรงพักเดียวกัน จึงขออนุมัติออกหมายจับ แฉมี ด.ต. ลูกพี่บงการอยู่เบื้องหลัง ผู้บังคับบัญชาพยายามประสานให้เข้ามอบตัวแล้ว แต่ยังหลบหน้า ด้านผกก.ปทุมวัน ยอมรับเป็นเรื่องจริง เป็นความผิดเฉพาะบุคคลไม่ใช่เป็นแก๊ง หรือปีที่แล้ว รถสิบล้อก็ยังหาย ตำรวจรวบแก๊งลักรถบรรทุกสิบล้อไปขาย ราคา 350,000 บาท แล้วไปซื้อทะเบียนซากมาสวมทะเบียนใส่ บางเดือนสามารถขโมยรถสิบล้อได้ถึง 20 คัน เอาเงินไปซื้อรถเก๋งวีออสป้ายแดง ขับตระเวนขโมยรถถึงแม้ว่า สภ.ไทรน้อย จะรวบแก๊งลักรถรายใหญ่จนเป็นที่ฮือฮา แต่เชื่อว่ารากและเครือข่ายอีกหลายแก๊งยังมีอยู่อีกมาก

รู้ทันพฤติกรรมโจรกรรมรถ

ผลจากการทะลายแก๊งลักรถ พ.ต.อ.บุญญฤทธิ์ โล่สุวรรณ ผกก.สภ.ไทรน้อย แนะนำวิธีป้องกันการถูกปล้นว่า อย่างแรกเลยคือพยายามขับรถให้อยู่ในที่ชุมชนหากเลี่ยงไม่ได้หรือมีกิจธุระต้องไปนอกเมืองหรือที่เปลี่ยว พอโดนรถเฉี่ยวชนแล้วต้องอยู่ในที่เกิดเหตุ เพราะลุงผู้เสียหายเมื่อรถถูกชนหน้าร้านไก่ต้มแล้ว กลับถูกหลอกให้ไปคุยที่ศาลา ซึ่งระยะห่างจากที่เกิดเหตุถ้าไม่ได้เจ้าของร้านไก่ต้มแจ้งเหตุ คดีนี้อาจไม่สามารถปิดคดีได้อย่างแรกที่ควรทำคือ แจ้ง 191 เพื่อแจ้งตำรวจอย่างที่สองคือ จดทะเบียนรถคู่กรณี และ 3.คือถ้าโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปได้ ควรถ่ายรูปคู่กรณีมาด้วย

“ต้องนิ่ง แล้วสังเกตลักษณะคน ตรงนี้สำคัญมาก คืออย่าเอาอารมณ์เป็นตัวตั้ง รีบลงไปโวยวาย นั่นจะเข้าทางมิจฉาชีพแก๊งพวกนี้ทันที ต้องมีสติพิจารณา แล้วดูลักษณะคู่กรณี ของอย่างนี้ดูกันได้ ว่าถ้าคนนั่งแท็กซี่กับคนขับลงรถมาตรงนี้ผิดสังเกต หรือเห็นเป็นผู้ชายตัวเบ้อเร่อ ผมแนะนำให้คุณนั่งเฉยๆ แล้วใช้เซนส์ปกติปุถุชนนี่ละ ว่าลักษณะคนเป็นอย่างไร อีกอย่างหนึ่งคือถ้าอยู่ในที่เปลี่ยวแล้วอย่าลงมา”

ทั้งนี้ เพราะถ้าอยู่ในชุมชน มีชาวบ้านผ่านไปมา ถ้ามีคนเห็นอาจจะมีคนมาดูมาช่วย ถ้ามีการหลอกล่อให้ไปที่ไหน ไม่ต้องไป ด้านพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 และรองหัวหน้าศูนย์ปราบปรามโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยาน ยนต์ กองบัญชาการตำรวจนคร บาล (ผบก.น.3 และรองหัวหน้า ศปจร.น.) อธิบายถึงนโยบายการปราบปรามการโจรกรรมรถ ว่า ช่วงนี้เป็นช่วงปรับปรุงศูนย์ฯ เนื่องจากที่ผ่านมามีการโจรกรรมรถเพิ่มมากขึ้น  นโยบายหลักขณะนี้จึงเน้นให้ตำรวจทุกโรงพักรวบรวมสถิติรถหายแต่ละท้องที่แล้วนำมาวิเคราะห์  ออกตรวจตามเต็นท์รถมือสอง สถานที่รับทำทะเบียนรถ ร้านรับซื้อของเก่า รวบรวมประวัติแก๊งลักรถต่าง ๆ และสำรวจรถที่มาแจ้งความเท็จเพื่อเอาประกันเนื่องจากวิธีนี้มีเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้สถิติรถหายเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

 "จากสถิติปีที่แล้วเฉพาะในกรุงเทพฯ มีรถจักรยานยนต์แจ้งหายถึง 6,000 คัน รถเก๋ง 400 คันและรถกระบะ 400 คัน พื้นที่ที่หายมากที่สุดคือ บก.น.4 (อาทิ สน.หัวหมาก บางชัน โชคชัย ลาดพร้าว)จะมีรถจักรยานยนต์หายมาก ที่ สน.โชคชัย  บก.น.9 ที่ สน.บางขุนเทียน ตกเดือนละ 30 คัน เฉลี่ยแล้ววันละ 1 คัน จากตัวเลขของยี่ห้อรถกระบะที่ถูกโจร กรรมและหายมากที่สุดคือ ยี่ห้ออีซูซุ ส่วนรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า และรองลงมาคือยี่ห้อฮอนด้า สำหรับรถจักรยานยนต์ได้แก่ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ โซนิคและฟีโน่"
 

สำหรับเส้นทางหลังจากที่รถถูกโจรกรรมจะถูกถอดชิ้นส่วนอะไหล่แล้วนำไปขายตามร้านรับซื้อของเก่า แต่ส่วนใหญ่จะนิยมนำส่งออกไปตามชายแดนทั้งคันเพื่อขายให้กับลูกค้าในประเทศเพื่อนบ้าน รองหัวหน้า ศปจร.น. เปิดเผยถึงราคารถที่ขโมยมาได้เมื่อนำออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านว่า ถ้าเป็นรถกระบะและรถเก๋งจะได้ราคาคันละประมาณ 200,000 บาท ส่วนรถจักรยานยนต์จะได้คันละ 8,000-10,000 บาท ตามสภาพเก่า-ใหม่ของรถ

ทั้งนี้คนทำผิดจะต้องได้รับโทษโดยการกระทำการดังกล่าวถือเป็นความผิดข้อหาลักทรัพย์ ถ้าเป็นการลักทรัพย์ตอนกลางคืนมีโทษจำคุก 5 ปี และในเวลากลางวัน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท