posttoday
1 ปี สู้เพื่อสิทธิผู้ประกันตนชัยชนะยังไม่สินสุด

1 ปี สู้เพื่อสิทธิผู้ประกันตนชัยชนะยังไม่สินสุด

19 ธันวาคม 2554

ความเหลื่อมล้ำของผู้ประกันตนเกือบ 10 ล้านคน

ความเหลื่อมล้ำของผู้ประกันตนเกือบ 10 ล้านคน

โดย...วิทยา ปะระมะ

ความเหลื่อมล้ำของผู้ประกันตนเกือบ 10 ล้านคน ในระบบประกันสังคมที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการรักษาพยาบาล ถูกจุดประเด็นขึ้นเมื่อวันที่ 13 ม.ค. หลังจาก นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข ได้เสนอผลการศึกษาเปรียบเทียบสิทธิการรักษาพยาบาลของประกันสังคมกับระบบหลักประกันสุขภาพอื่นๆ พบว่า ผู้ประกันตนได้รับสิทธิด้อยกว่าระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ทั้งที่เป็นคนกลุ่มเดียวในประเทศที่ต้องจ่ายเงินสมทบรายเดือน ขณะที่คนกลุ่มอื่นคือข้าราชการและผู้ถือบัตรทองกลับได้รับการรักษาฟรี

ประเด็นดังกล่าวถูกขับเคลื่อนต่อโดยภาคประชาสังคมคือ ชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตน และ เครือข่ายองค์การนายจ้าง ซึ่งผลักดันให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ปรับปรุงพัฒนา การบริการให้ดีขึ้นแยกเป็น 2 ประเด็นสำคัญคือ 1.เพิ่มสิทธิการรักษาพยาบาลไม่ให้ด้อยกว่าระบบประกันสุขภาพอื่นๆ และ 2.เรียกร้องให้รัฐอุดหนุนค่ารักษาพยาบาล โดยผู้ประกันตนไม่ต้องจ่ายสมทบรายเดือน

1 ปี สู้เพื่อสิทธิผู้ประกันตนชัยชนะยังไม่สินสุด

 

ในประเด็นแรก สปส.ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงพยายามปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ แต่ด้วยกระบวนการที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน ทำให้กว่าจะพิจารณาเพิ่มสิทธิก็กินเวลาไปกว่าครึ่งปี

สรุปสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ที่ สปส.ปรับเพิ่มแก่ผู้ประกันตนในรอบปีนี้ ประกอบด้วย 1.เพิ่มค่ารักษามะเร็ง 7 ชนิด มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 20 ก.ค.

2.เพิ่มสิทธิประโยชน์ทันตกรรมผ่าฟันคุดครั้งละ 300 บาท โดยให้รวมกับถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน รวมแล้วไม่เกิน 2 ครั้ง หรือ 600 บาท/ปี และใส่ฟันเทียมตามอัตราที่กำหนด มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 31 ส.ค.

3.ยกเลิกจำกัดการเจ็บป่วยฉุกเฉินจากเดิมไม่เกิน 2 ครั้ง/ปี เป็นไม่จำกัดจำนวนครั้ง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 31 ส.ค.

4.เพิ่มสิทธิครอบคลุมผู้ป่วยไตวายก่อนเข้าเป็นผู้ประกันตน ปรับเพิ่มอัตราค่าผ่าตัดเปลี่ยนไตแบบเหมาจ่ายตามจริง 1.432.92 แสนบาท/ครั้ง รวมทั้งปรับเพิ่มอัตราค่ายากดภูมิและค่าใช้จ่ายในการล้างไต มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 9 ก.ย.

5.ขยายสิทธิการรักษาโรคเรื้อรังจากเดิมไม่เกิน 180 วัน/ปี เป็นดูแลต่อเนื่อง 1 ปี มีผล 1 ม.ค. 2555

6.ปรับระบบการจ่ายยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ จ (2) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยาราคาแพง โดยให้ สปส.เป็นผู้จัดซื้อยาให้โรงพยาบาลเอง มีผล 1 ม.ค. 2555

7.ปรับระบบการจ่ายเงินให้โรงพยาบาลคู่สัญญา จากเดิมเหมาจ่ายรายหัวทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก เป็นเหมาจ่ายรายหัวสำหรับผู้ป่วยนอก ส่วนผู้ป่วยในจ่ายตามกลุ่มโรคร่วม หรือระบบ “ดีอาร์จี” ค่าใช้จ่ายตามน้ำหนักสัมพัทธ์ของโรค (RW) อยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท สูงกว่าสิทธิสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งอยู่ที่ 1.2 หมื่นบาท และบัตรทอง ซึ่งอยู่ที่ 9,000 บาท มีผล 1 ม.ค. 2555

แม้จะมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนไปแล้วหลายด้าน แต่ประเด็นการเรียกร้องให้รัฐอุดหนุนค่ารักษาฟรีเช่นเดียวกับระบบประกันสุขภาพอื่นๆ ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร

ขณะที่ช่องทางการโอนผู้ประกันตนใช้บัตรทองตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็สะดุดเช่นกัน เพราะทั้ง สปส.และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตกลงกันไม่ได้ว่า หากโอนคนมาแล้ว สปส.ต้องโอนเงินให้ สปสช.อีกกว่า 2 หมื่นล้านบาทด้วยหรือไม่ ท้ายสุดจึงต้องสอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ปัจจุบันเรื่องก็ยังเงียบ

เมื่อพรรคเพื่อไทยขึ้นเป็นรัฐบาล แต่กลับมองข้ามปัญหาระบบสุขภาพไปอย่างน่าเสียดาย ประกอบกับเกิดภาวะอุทกภัยตั้งแต่เดือน ต.ค. ปัญหาความเหลื่อมล้ำของผู้ประกันตนจึงยังไม่ได้รับการสานต่อ

บทสรุป 1 ปีที่ผ่านมา แม้ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิบางประการดีขึ้น แต่ปัจจุบันก็ยังคงต้องจ่ายสมทบรายเดือนต่อไป จนกว่าการต่อสู้ครั้งสุดท้ายจะสิ้นสุด  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท