
ลุ้นราคาพลังงานใหม่กองทุนลดอุ้มแอลพีจี
หวังกองทุนน้ำมันฯ ลดบทบาทตรึงราคา หลังรัฐบาลรื้อโครงสร้างราคาพลังงานใหม่ปีหน้า เน้นเป็นเครื่องมือแก้ขาดแคลน
หวังกองทุนน้ำมันฯ ลดบทบาทตรึงราคา หลังรัฐบาลรื้อโครงสร้างราคาพลังงานใหม่ปีหน้า เน้นเป็นเครื่องมือแก้ขาดแคลน
นายศิวะนันท์ ณ นคร ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (สบพ.) เปิดเผยว่า บทบาทกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเริ่มกลับไปทำหน้าที่หลัก ในการป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมัน และลดบทบาทการใช้เป็นเครื่องมือตรึงราคาพลังงานเป็นระยะเวลานาน ซึ่งสร้างภาระให้กับกองทุนน้ำมันฯ เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ภายหลังกระทรวงพลังงานมีนโยบายชัดเจน ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และก๊าซธรรมชาติในรถยนต์ (เอ็นจีวี) ในปี 2555
ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ มีฐานะสุทธิติดลบอยู่ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยภาระส่วนใหญ่จะมาจากการจ่ายชดเชยการนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศเดือนละ 2,000-3,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับราคาแอลพีจีตลาดโลก โดยไทยยังต้องนำเข้าแอลพีจีเฉลี่ยเดือนละ 1.3 แสนตัน ซึ่งเป็นภาระสะสมมานานในขณะการจัดเก็บรายได้กองทุนน้ำมันฯ เหลือเพียงเดือนละ 385 ล้านบาท เท่านั้นไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่เกิดขึ้น และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องเลือกวิธีการกู้เงินเพื่อนำมารักษาสภาพคล่องกับให้กับกองทุนน้ำมันฯในวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตามแผนการกู้เงินของกองทุนน้ำมันฯกำหนดไว้ในระยะ 1ปี คาดว่าจะใช้เงินเพียง 5,000-6,000 ล้านบาท เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2555 จะเริ่มทยอยเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯจากเบนซิน 95 และเบนซิน 91 เดือนละ 1 บาท/ลิตร และดีเซลเดือนละ 0.60 บาท/ลิตร จนเต็มเพดานกาเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯที่กำหนดไว้ โดยจะทำให้กองทุนน้ำมันฯมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีฐานะที่ติดลบลดลงจนกลายเป็นบวกในเดือนธ.ค. 3,877 ล้านบาท จากเดือนม.ค. 2555 ที่ติดลบอยู่ 1.2 หมื่นล้านบาท
“จากนี้ไปกองทุนน้ำมันฯ ควรจะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลน หรือดูแลกรณีฉุกเฉินระยะสั้น 2-3 เดือนเท่านั้น ไม่ใช่นำเงินไปอุดหนุนเฉพาะประเภท เช่น แอลพีจีซึ่งไม่ตรงกับวัตถุประสงค์เท่าไหร่นัก แต่ก็เชื่อว่าหลังปรับโครงสร้างราคาพลังงานครั้งนี้จะทำให้บทบาทของกองทุนน้ำมันฯถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น” นายศิวะนันท์ กล่าว
นายศิวะนันน์ กล่าวในอนาคตกองทุนน้ำมันฯ ควรจะเข้าไปร่วมในการดำเนินการจัดตั้งคลังสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ ตลอดจนการสร้างท่อขนส่งน้ำมันเชื่อมโยงไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะสิ่งที่ทำได้และตรงกับหน้าที่เพราะไทยมีบทเรียนจากช่วงที่เกิดปัญหาน้ำท่วม ทำให้การขนส่งน้ำมันทางรถยนต์มีปัญหา ดังนั้นหากสามารถสร้างคลังสำรองน้ำมันที่เป็นของภาครัฐหรือการวางท่อขนส่งน้ำมันไว้รองรับก็จะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำมันได้







