posttoday
ใหญ่โตคับประเทศ

ใหญ่โตคับประเทศ

19 ธันวาคม 2554

อ่านรายงานข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผ่านมา เรื่องท่าน ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

อ่านรายงานข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผ่านมา เรื่องท่าน ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี

โดย..สมผล ตระกูลรุ่ง 

ท่านจะจับยักษ์เข้าตะเกียง เหตุเพราะเห็นว่าใหญ่โต คับบ้านคับเมือง ทำให้เกิดความสงสัยว่าในปัจจุบันนี้ยังจะมีใครหรือหน่วยงานใดใหญ่โตคับบ้านคับเมืองยิ่งไปกว่ารัฐบาลนายใหญ่ของคนเสื้อแดงอีกหรือ

ยักษ์ที่ท่าน ดร.ทางกฎหมายพูดถึงคือ ป.ป.ช. หรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เมื่อคนระดับรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเชี่ยวชาญกฎหมายระดับดอกเตอร์พูดในฐานะนักกฎหมายตัวเล็กๆ ย่อมต้องฟัง และเนื่องจากท่านไม่ได้บอกว่า ป.ป.ช.มีอำนาจหน้าที่อะไรจึงใหญ่โตคับบ้านคับเมือง ทำให้ต้องคิดต่อไปว่า ป.ป.ช.ท่านมีอำนาจอะไร จึงได้ใหญ่โตคับบ้านคับเมือง

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กำหนดให้ ป.ป.ช. มาจากการสรรหา แล้วเสนอให้วุฒิสภาเป็นผู้เลือก โดยมีอำนาจหลักๆ ที่พอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ได้ดังนี้

อำนาจไต่สวนและสรุปสำนวนส่งวุฒิสภาเพื่อถอดถอนนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง เช่น นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกาศาลปกครองศาลรัฐธรรมนูญ อัยการสูงสุด องค์กรอิสระ ฯลฯ ที่มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ หรือส่อว่าจงใจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

อำนาจไต่สวนและเสนอความเห็นให้อัยการสูงสุดฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ร่ำรวยผิดปกติ หรือทำผิดกฎหมายต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

อำนาจไต่สวนวินิจฉัยว่า เจ้าหน้าที่รัฐร่ำรวยผิดปกติปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ท่านปลัดกระทรวงที่ถูกโจรปล้นก็รวมอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.นี้

อำนาจการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ

นอกจากนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมการปปช.มีอำนาจ สั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติการที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ และเรียกให้บุคคลให้ถ้อยคำ ขอหมายค้น ยึดอายัดเอกสาร ทรัพย์สิน และยังมีอำนาจ ที่จะขอให้ศาลออกหมายจับบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าทำความผิดอาญาได้

อำนาจในการปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ เป็นอำนาจที่ต้องมีสำหรับการทำหน้าที่ ซึ่งเป็นอำนาจที่คล้ายกับพนักงานสอบสวน และถ้าจะให้ความเป็นธรรมจริงๆ อำนาจอาจน้อยไปสำหรับการจัดการกับบุคคลระดับสูงๆๆๆๆๆ ซึ่งมีอำนาจ มีบารมีอย่างยิ่งใหญ่อยู่แล้วอำนาจของ ป.ป.ช.ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ เป็นอำนาจที่เป็นประโยชน์กับประเทศ เป็นการตรวจสอบและปราบปรามพวกขี้โกง ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง พวกเจตนาทุจริตบกพร่องโดยอ้างความสุจริต พวกที่เป็นนักการเมืองไม่กี่ปี แต่ร่ำรวยล้นฟ้า รวมถึงพวกที่กินตามน้ำ ทุจริตเชิงนโยบาย

อำนาจหน้าที่อย่างนี้ ควรได้รับการสนับสนุนและปกป้องมิใช่หรือ

ตามรายงานข่าวบอกว่า ท่านรองนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิม อภิปรายในการประชุมว่า ป.ป.ช.กำลังลุแก่อำนาจ ทั้งที่ ป.ป.ช.ชุดนี้ไม่ได้รับเลือกจากวุฒิสภา ทำตัวเป็นรัฐอิสระ เรื่องปราสาทพระวิหาร คณะกรรมการกฤษฎีกาบอกไม่ผิด สุดท้าย ป.ป.ช.มาเอาผิด สมัคร สุนทรเวช จนพ้นตำแหน่ง คดี 91 ศพ ก็รู้เลยว่า ป.ป.ช.จะเอาอย่างไร

สิ่งที่ท่านอภิปราย ถ้าเป็นนายกฯ หรือคนอื่นๆ ที่ไม่รู้กฎหมายพูด ผมจะไม่แปลกใจ แต่แปลกใจที่คนฉลาด เก่งกาจอย่าง ร.ต.อ.ดร.เฉลิม ผู้จบปริญญาเอกทางกฎหมาย โดยไม่ต้องไปนั่งเรียนทุกวัน เหมือนนักศึกษาคนอื่นๆ ทำไมจึงไม่พูดโดยพื้นฐานและเหตุผลทางกฎหมาย

ในฐานะ ดร.เฉลิม รองนายกฯ ไม่ใช่ ดร.เฉลิม ที่เป็นดอกเตอร์ทางกฎหมายเฉยๆ ท่านน่าจะอธิบายว่า ป.ป.ช.ทำไม่ถูกต้องตามกฎหมายประเด็นไหน ท่านทำอะไรที่เรียกว่า ลุแก่อำนาจ ทำไมจึงกล่าวหาว่า ทำตัวเป็นรัฐอิสระ หากการทำหน้าที่ของปปช.ตามกฎหมาย ไปกระทบกับผลประโยชน์ของพรรคตัวเอง จะเรียกว่าลุแก่อำนาจได้อย่างไร หากเห็นว่า ป.ป.ช.ทำผิดกฎหมาย ท่านก็สามารถดำเนินการเอาผิดในทางกฎหมายได้

และที่ท่านดอกเตอร์ยกตัวอย่างเรื่องปราสาทพระวิหารที่ ป.ป.ช.ไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น ก็ต้องถามท่านในฐานะนักกฎหมายว่า การไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการกฤษฎีกา มันผิดกฎหมายหรือไม่ ในเมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นเพียงที่ปรึกษาของรัฐบาล เป็นเพียงความเห็นทางกฎหมายที่เป็นองค์กร แต่ไม่ผูกพันหรือยึดถือเป็นบรรทัดฐานได้ เพราะไม่ใช่ศาล หากการไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นการลุแก่อำนาจ เป็นการทำตัวเป็นรัฐอิสระ ทำไมไม่ออกกฎหมายให้ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นความเห็นสุดท้าย ที่องค์กรใดๆ ไม่สามารถเห็นต่างได้

ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา แม้จะเป็นความเห็นที่น่าเชื่อถือ แต่ด้วยความเคารพ หลายความเห็นก็รับไม่ได้ บางความเห็นกลับไปกลับมา จึงไม่ใช่เรื่องผิดที่ปปช.จะไม่เห็นด้วยกับกฤษฎีกา และยิ่งไม่ใช่เหตุผลทางกฎหมายที่จะกล่าวหาว่า ปปช.ลุแก่อำนาจเพราะไม่ทำตามกฤษฎีกา

นอกจากนี้ ท่านดอกเตอร์อาจจะรับจ๊อบ (งาน) มากเกินไป จึงทำให้สับสน เพราะคุณสมัคร ไม่ได้พ้นจากตำแหน่งเพราะเรื่องปราสาทพระวิหาร แต่พ้นจากตำแหน่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่เชื่อว่า คุณสมัครไปรับจ้างทำรายการชิมไปบ่นไปฟรีๆ โดยไม่ได้ค่าตอบแทน ทั้งๆ ที่เคยได้ค่าตอบแทนปีละหลายล้าน

เหตุผลของท่านด๊อกเตอร์ทางกฎหมาย เป็นเหตุผลในทางการเมืองล้วนๆ ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงผู้ให้ปริญญาเอก ชื่นใจได้บ้างเลย ยิ่งเหตุผลที่อ้างว่า “เพราะเมื่อเราสร้างขึ้นมา เสกออกมาจากตะเกียงเป็นยักษ์แล้วมาทำไม่ดีกับเรา ก็ต้องยกเลิกปปช.ซะ”

สิ่งที่ท่านดอกเตอร์ต้องตอบก่อนที่จะยกเลิก ป.ป.ช. คือ ที่ว่าทำไม่ดีกับพวกท่านนั้น ทำอะไร และท่านทำอะไรกัน ป.ป.ช.จึงได้ทำกับพวกท่าน

ถ้าท่านหรือพรรคของท่านไม่ได้ทำผิด คนที่จบดอกเตอร์ทางกฎหมายน่าจะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมได้ ไม่ใช่จะใช้อำนาจในฐานที่ยึดเสียงข้างมากในสภาได้ ไปยุบหน่วยงานที่ทำไม่ดีกับตัวเอง

ดร.เฉลิมท่านเป็นคนเก่ง เคยเป็นตำรวจ ท่านจึงใช้ความสามารถสอบสวนผู้ต้องหา จับผู้ต้องหามาแถลงข่าวแล้วพูดแทนหมด แม้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตำรวจตัวจริง ได้แต่นั่งฟังเฉยๆ

ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ในประเทศนี้ใครกันแน่ที่ใหญ่คับบ้านคับเมือง และควรถูกจับลงตะเกียง  

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง