
เฉลิม ฟันธงลอบบี้กองสลากปมการเมือง
ภายหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย
ภายหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย
จนประชาชนส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เกือบปกติ และเตรียมพร้อมเข้าสู่โหมดเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังใกล้เข้ามาถึงทุกขณะ แต่ทว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาในทางการเมืองกลับเป็นจุดเริ่มต้นความร้อนระอุท่ามกลางลมหนาว เพราะเปิดฉากด้วยเหตุการณ์มีมือปืนบุกยิงนายชุติเดช สุวรรณเกิด คนสนิทและหัวคะแนนคนสำคัญของนายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขตดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์ แม้สาเหตุการตายครอบครัวและนายแทนคุณฟันธงว่าเกิดจากปมการเมือง ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว อีกทั้งมั่นใจว่าผู้มีอิทธิพลในพื้นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
แน่นอนว่าคงเป็นใครไปไม่ได้ที่ถูกจับจ้อง นอกเสียจากนายการุณ โหสกุล สส.กทม. เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย ว่ามีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์ระทึกขวัญในครั้งนี้ แม้เจ้าตัวออกโรงจ้อผ่านสื่อ พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหาร และพุ่งปมการเสียชีวิตไปในเรื่องธุรกิจแผงพระและการคุมวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง พร้อมยอมรับว่ารู้จักกับนายชุติเดชเป็นการส่วนตัว เพราะเคยทำงานการเมืองร่วมกันมาก่อน ก่อนที่ผู้ตายจะแยกตัวออกไปร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นคงต้องเป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการค้นหาความจริงต่อไป
ความวัวยังไม่หายความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อหลังเสร็จสิ้นงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธ.ค. ผ่านพ้นมาได้เพียงวันเดียว ก็เกิดเหตุมีคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณเกาะกลางถนนราชดำเนินกลาง หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคนร้ายน่าจะก่อเหตุเพื่อสร้างความปั่นป่วน และเตรียมประสานเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด และสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี
ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ก็ฟันธงโดยพลันก่อนผลการสอบสวนจะปรากฏว่าเป็นระเบิดการเมือง ไม่ใช่เรื่องขัดแย้งผลประโยชน์ภายในกองสลาก ส่วนจะเกี่ยวข้องกับบุคคลที่เป็นโรคพาร์กินสันหรือไม่ คนทั่วประเทศรู้หมด เพราะเป็นคนที่ฝักใฝ่การเมืองทุกยุคทุกสมัย อยากได้อำนาจ แต่ไม่ได้อะไรจากการปฏิวัติ พอบ้านเมืองสงบก็จะก่อเหตุต่อไป ทั้งนี้จะไปบัญชาการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พร้อมกำชับให้ทุกฝ่ายเข้มงวด เพิ่มความถี่ในการตรวจตราอย่างรอบคอบ หากเกิดเหตุก็จะลงพื้นที่ทันที ซึ่งหลายฝ่ายคงต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
ถือว่าเป็นข่าวดีต่อระบบกระบวนการยุติธรรมไทย เมื่อนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อขอเข้ามอบตัวต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมทั้งเตรียมหลักทรัพย์ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว
ทว่าผลไม่ได้ออกมาตามหวัง โดยศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีดังกล่าวมีข้อหาร้ายแรงและอัตราโทษสูง หลังเกิดเหตุจำเลยหลบหนีตลอดมา แม้จะเข้ามอบตัวต่อพนักงานก็เป็นเวลานาน และยังเป็นบุคคลที่ศาลอาญาออกหมายจับในคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาทผู้อื่น จึงยังไม่มีเหตุพอเพียงให้เชื่อได้ว่าหากอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวแล้วจะไม่หลบหนีอีก ดังนั้นให้ยกคำร้องการพิจารณา
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญารัชดาภิเษกอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด แนวร่วม นปช. เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีขึ้นปราศรัยที่ท้องสนามหลวงระหว่างเดือน ม.ค.มิ.ย. 2551
ทั้งนี้ ศาลอาญาพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยมีความกระทำผิดตามฟ้องจริง จึงพิพากษาให้ลงโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษจำคุก 3 กระทง กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 15 ปี ซึ่งหลังศาลอ่านคำพิพากษา ดา ตอร์ปิโด กล่าวเปิดใจว่าจะปล่อยให้คดีเด็ดขาดไป เพราะไม่ได้ศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งอาจจะไม่ขอพระราชทานอภัยโทษด้วย
เพิ่มอุณหภูมิให้สังคมต้องร้อนขึ้นอีกรอบ หลังจากเงียบหายไปนาน ต่อกรณีการคืนหนังสือเดินทางให้กับอดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งล่าสุดฝันก็เป็นจริง เมื่อนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ได้แถลงข่าวยอมรับว่า ตนและรัฐบาลชุดปัจจุบันได้พิจารณาแล้วว่าการอยู่ต่างประเทศของอดีตนายกฯ ไม่ได้ก่อความเสียหายให้แก่ประเทศไทยหรือต่างประเทศ ตามข้อ 23 (7) ของระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ดังนั้นจึงขอให้ยกเลิกคำสั่งที่ออกมาจากรัฐบาลชุดที่แล้ว และออกพาสปอร์ตธรรมดาให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ อีกทั้งเป็นเรื่องที่กรมการกงสุลจะต้องพิจารณาตามระเบียบต่อไป
สอดรับความชัดเจน โดยนายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า อดีตนายกฯ ได้ทำเรื่องขอหนังสือเดินทางมาตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. โดยรัฐมนตรีได้อนุมัติในวันดังกล่าว ก่อนส่งเรื่องกลับไปยังปลายทางที่ขอ คือ สถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงอาบูดาบี ในวันที่ 26 ต.ค. อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวตัดสินใจอยู่ภายใต้ระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ
“ที่ผ่านมาไม่เคยมีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในบัญชีรายชื่อบุคคลต้องห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในช่วงรัฐบาลใดๆ ก็ตาม ทั้งนี้การคืนหนังสือดังกล่าว สามารถทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศเมื่อไหร่ก็ได้ และหนังสือเดินทางยังเป็นการระบุถึงสัญชาติไทยชัดเจนด้วย”
ขณะที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเอกสารที่เป็นหมายศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่งมาถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2551 เพื่อยืนยันว่าเอกสารดังกล่าวระบุไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกนอกประเทศ พร้อมทั้งส่งไปถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2551 มาแสดง ดังนั้นการระบุดังกล่าวตามระเบียบของกระทรวง พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องอยู่ในบัญชีดำ
ถือเป็นข่าวดียิ่งสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วม เพราะนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.มหาดไทย เชื่อมั่นว่าในวันที่ 20 ธ.ค. จะไม่มีน้ำท่วมขังในทุกพื้นที่ เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อยากให้เป็นของขวัญปีใหม่กับประชาชน ส่วนเรื่องการจ่ายค่าชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมนั้น จะทำให้เสร็จสิ้นในวันที่ 14 ม.ค. 2555
นอกเหนือจากเงินจำนวน 5,000 บาทแล้ว จะมีการจ่ายเงินค่าอุปกรณ์ต่างๆ เช่น อุปกรณ์ประกอบอาชีพเพิ่มเติม ซึ่งหลายพื้นที่ก็ได้อนุมัติให้ไปแล้ว เหลือเพียงบางพื้นที่ใน กทม. เพราะจะต้องมีการสำรวจความเสียหายก่อน และเชื่อว่าทุกคนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทั้งนี้ปัญหาขยะต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังน้ำลดในพื้นที่ชุมชนนั้น คิดว่าขยะก็เป็นสินค้าตัวหนึ่งที่มีบางคนต้องการจะนำไปแยกหมุนเวียนไปใช้ต่อ หรือไปใช้เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งตนก็พยายามที่จะหาคนที่เขามีรายได้กับขยะมาขนไปเอง โดยยืนยันว่าจะทำทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องน้ำตามสัญญาเพื่อประชาชน







