posttoday
ซ่อมรถน้ำท่วม เงินเฉียดหมื่นที่ต้องเตรียม

ซ่อมรถน้ำท่วม เงินเฉียดหมื่นที่ต้องเตรียม

18 ธันวาคม 2554

เป็นที่สงสัยกันว่าหากน้ำท่วมรถแล้วค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งจะต้องใช้งบประมาณสักเท่าไร

เป็นที่สงสัยกันว่าหากน้ำท่วมรถแล้วค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งจะต้องใช้งบประมาณสักเท่าไร

เนื่องจากเกณฑ์ที่ คปภ.กำหนดราคากลางค่าซ่อมออกมาว่าเริ่มต้นที่มูลค่า 8,000 บาทขึ้นไปนั้น ถูกมองว่าในแง่ของการนำมาใช้จริงก็อาจจะเกิดปัญหาว่า ไม่เพียงพอและไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดจริงๆ

จากการสอบถามผู้ชำนาญการด้านการซ่อมบำรุงรถยนต์ ด้วยคำถามที่ง่ายที่สุดว่า “ถ้ามีงบให้ 8,000 บาท รถน้ำท่วมมาจะซ่อมได้รึไม่” เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์รายหนึ่งบอกว่า คงทำได้ยากเหมือนกัน ต้องขึ้นอยู่กับสภาพของรถยนต์หลังน้ำท่วมว่าถูกท่วมถึงระดับใด และมีความเสียหายต่อรถยนต์ขนาดไหน

เขายกตัวอย่างว่า หากน้ำท่วมในระดับที่เสียหายน้อยที่สุด เช่น ท่วมถึงแค่ระดับเพลารถยังไม่สูงถึงเครื่องยนต์ สิ่งที่ควรจะทำก็คือเปลี่ยนถ่ายของเหลวที่สำคัญทั้ง4 จุด ประกอบไปด้วย น้ำมันเครื่อง เกียร์ เบรก และน้ำมันเฟืองท้ายเป็นอย่างแรก

“เอาให้คิดราคาต่ำสุดใช้ของคุณภาพธรรมดา น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์พร้อมไส้กรอง 1,000 บาท น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ 1,000 บาท น้ำมันเบรก 400 บาท น้ำมันเฟืองท้าย 400 บาท อันนี้คือเบื้องต้นที่รถน้ำท่วม หรือรถที่ลุยน้ำท่วมมาควรจะทำ คิดเป็นค่าใช้จ่ายตีคร่าวๆ ประมาณ 3,000 บาทแล้ว”

นอกจากนี้ ยังต้องดูว่ารถยนต์คันนั้นแช่น้ำมานานหรือไม่ หากแช่น้ำมาสักระยะหนึ่ง ปัญหาที่มักจะพบตามมาก็คือเรื่องของระบบเบรกที่ต้องถอดมาเช็กทั้งหมด ซึ่งผ้าเบรกก็น่าจะต้องเปลี่ยน เพราะแช่น้ำนาน คิดคร่าวๆ เบื้องต้นผ้าเบรกหน้า 1,000 บาท ผ้าเบรกหลัง 1,000 บาท ถ้าจานเบรกมีปัญหาต้องซ่อมก็ต้องคิดตามอาการอีก

ไหนยังจะต้องอัดจาระบีลูกปืนล้อใหม่ ตรงนี้มีค่าใช้จ่าย 400-500 บาท แถมต้องตรวจเช็กเพลาขับหน้าว่ามีปัญหาน้ำเข้าไปหรือไม่ ถ้ามีก็คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเข้าไป

“8,000 บาท ไม่พอหรอกครับ เพราะเปลี่ยนของเหลว 3,000 บาท ผ้าเบรก 2,000 บาท ระบบเบรกซ่อมทั้งหมดแน่ 2,000-3,000 บาท คงได้เห็นอันนี้คือคิดที่ราคาถูกที่สุด อะไหล่ธรรมดาที่สุด ยังไม่รวมค่าจ้างเลยนะ หมดงบแล้ว”

สำหรับกรณีที่น้ำท่วมเลยระดับเพลาล้อขึ้นมานั้นต้องดูเป็นคันๆ ไป ว่าน้ำท่วมเข้ามาในตัวรถแล้ว ท่วมอะไรบ้าง เพราะโครงสร้างของรถแต่ละคันไม่เหมือนกัน

ตัวอย่างเช่น กล่องอีซียู ซึ่งเป็นสมองของรถยนต์แต่ละคัน บางคันซ่อนไว้ที่ด้านล่างของตัวรถ บางคันเก็บไว้ที่แผงคอนโซลด้านหน้า ถ้าน้ำท่วมเข้ามาครึ่งคันก็เสียหายแน่นอน หรือรถยนต์ที่ใช้เบาะที่นั่งไฟฟ้าก็เสียหายหนักกว่าเบาะนั่งธรรมดา

“ที่แน่ๆ ก็คือ หากน้ำท่วมถึงเครื่องยนต์ เราต้องเปิดฝาสูบเครื่องยนต์ออกมาทำการตรวจดูว่าเครื่องยนต์มีอะไรเสียหายบ้าง ในกรณีที่รถคันนั้นไม่ได้สตาร์ตเครื่องนะครับ ถ้าสตาร์ตมาก็จบไม่ต้องคุยกัน ลูกสูบพังแน่ ค่าซ่อมเพิ่มขึ้นอีกมาก”

ทั้งนี้ ค่าบริการในการเปิดเครื่องยนต์ต้องเสียค่าจ้างประมาณ 3,000-4,000 บาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จำเป็นที่จะต้องทำการตรวจสอบสภาพเสียก่อนว่ามีอะไรต้องซ่อมหรือไม่ หรือแค่ถอดออกมาล้างทำความสะอาดก็เป็นอันใช้ได้

ปัญหาของการซ่อมรถในช่วงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาค่าซ่อมเท่านั้น แต่ปัญหาที่พบก็คือการขาดแคลนอะไหล่ เพราะอะไหล่ที่จำเป็นต้องเบิกศูนย์บริการหลายชิ้น ไม่สามารถหาได้เหมือนในช่วงก่อนน้ำท่วม เมื่ออะไหล่หายากและราคาแพงขึ้น  

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์