posttoday
เซ็งลี้เก้าอี้

เซ็งลี้เก้าอี้

25 กุมภาพันธ์ 2553

ปัญหาการซื้อขายตำแหน่งในแวดวงราชการ ซึ่งเป็นที่ครหาของสังคมมาทุกยุคทุกสมัย แต่ไม่มีการซื้อขายเก้าอี้ในยุคไหนที่จะส่งกลิ่นเน่าเหม็นเท่ากับยุคนี้ โดยเฉพาะในวงการสีกากี ซึ่งมีทั้งการตั้งโต๊ะแถลงข่าวสาวไส้นักการเมืองที่เข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจของนายตำรวจระดับผู้บัญชาการ เพราะทนไม่ไหวกับความอยุติธรรมที่ได้รับจากผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า

นอกจากนี้ ยังมีนายตำรวจระดับผู้กำกับอย่างน้อย 3 นาย กล้าออกมาเปิดหน้ากล่าวหาผู้บังคับบัญชา เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อขายตำแหน่งในระดับผู้กำกับการตั้งแต่ 510 ล้านบาท มีการแต่งตั้งข้ามลำดับอาวุโส ไม่คำนึงถึงผลงานความทุ่มเทเสียสละ มีแต่การใช้เส้นสาย ไม่มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่ชัดเจน

ขณะที่กระทรวงมหาดไทยมีปัญหาการเรียกเก็บเงินจากข้าราชการ ที่ต้องการจะเข้าเรียนในโรงเรียนนายอำเภอ เพื่อนำไปเป็นใบเบิกทางสำหรับโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน สูงถึงหัวละเฉียด 1 ล้านบาท รวมทั้งการซื้อขายเก้าอี้ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งมีราคาสูงถึง 8 หลัก โดยผู้ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเป็นถึงหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย

การซื้อขายเก้าอี้ในสองหน่วยงานนี้ ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน ควรจะได้รับการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วนและจริงจังจากรัฐบาล แต่ดูเหมือนว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะให้ความสำคัญไม่มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อขายเก้าอี้ในกระทรวงมหาดไทยของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่มีนายเนวิน ชิดชอบ เป็นแกนนำ ขณะที่การซื้อขายตำแหน่งของตำรวจก็ตั้งกรรมการสอบเฉพาะที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 ไม่ได้มีการสังคายนาทั้งระบบ

ท่าทีของนายอภิสิทธิ์ที่มีต่อการซื้อขายตำแหน่งครั้งนี้ แตกต่างจากท่าทีที่มีต่อการทุจริตในกระทรวงสาธารณสุขอย่างสิ้นเชิง เพราะในครั้งนั้นได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบ และเมื่อพบพฤติกรรมที่ส่อว่าอาจมีการทุจรติ ได้เกิดแรงกดดันจากรัฐบาลจนนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ต้องลาออก แต่เมื่อเรื่องในทำนองเดียวกันเกิดขึ้นที่กระทรวงมหาดไทย นายกฯ กลับมีท่าทีที่เพิกเฉย ไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแต่อย่างใด

ดังนั้น หากนายกฯ ต้องการจะพิสูจน์ความจริงใจในการแก้ไขปัญหาการซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายชาติ นายกฯ จะต้องลงมาดูปัญหานี้ด้วยตัวเอง และจะต้องใช้บรรทัดฐานเดียวกันในการดูแลปัญหา

โดยเฉพาะกฎเหล็ก 9 ข้อ ที่ท่านนายกฯ ได้ประกาศเอาไว้ตั้งแต่ต้น จะต้องถูกนำมาใช้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม โดยไม่เกรงกลัวอำนาจต่อรองของพรรคร่วมรัฐบาล เพียงเพื่อรักษาเสถียรภาพของตัวเองเอาไว้ มิเช่นนั้นก็อาจจะถูกมองว่าเป็นรัฐบาลสองมาตรฐาน ซึ่งหากเป็นแบบนี้ต่อไป เมื่อไรบ้านเมืองจะสงบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท