
‘พิชัย’เอาใจกลุ่มแท็กซี่ เร่งหามาตรการช่วยเพิ่ม
“พิชัย” เล็งเพิ่มมาตรการลดผลกระทบ ลอยตัวเอ็นจีวี ปีหน้าหวั่นแท็กซี่ประท้วง หลังดีเดย์เปิดตัวบัตรเครดิตพลังงาน
“พิชัย” เล็งเพิ่มมาตรการลดผลกระทบ ลอยตัวเอ็นจีวี ปีหน้าหวั่นแท็กซี่ประท้วง หลังดีเดย์เปิดตัวบัตรเครดิตพลังงาน
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังร่วมเปิดตัวโครงการบัตรเครดิตพลังงานเอ็นจีวี ซึ่งมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มมาตรการช่วยเหลือให้กับผู้ขับรถแท็กซี่เอ็นจีวี รองรับการแผนการทยอยปรับขึ้นราคาขายปลีกเอ็นจีวีในปีหน้า เช่น ส่วนลดหรือบัตรสะสมแต้ม ซึ่งรัฐบาลพิจารณาในหลายรูปแบบ เพื่อดูแลไม่ให้ผู้ขับแท็กซี่ได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกระทรวงพลังงานได้ออกบัตรเครดิตพลังงาน ที่เป็นทั้งวงเงินเครดิตและส่วนลดราคารวมมูลค่า 9,000 บาทแล้ว ซึ่งในเบื้องต้นมั่นใจว่า บัตรเครดิตพลังงานจะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่มีการปรับราคาเอ็นจีวี ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.เป็นต้นไป โดยจะได้วงเงินเครดิต 3,000 บาท/เดือน และได้รับส่วนลดราคาก๊าซฯ กรณีจ่ายเป็นเงินสดอีก 6,000 บาท/เดือน ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว 150 คัน ประกอบด้วยรถแท็กซี่ 100 คัน รถตู้ขสมก.35 คันและรถสามล้อ 15 คัน
ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี สำหรับแผนการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี นั้นหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจะเดินหน้าตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่กำหนดไว้ชัดเจนที่จะทยอยปรับขึ้นเดือนละ 50 สต./กก. จนถึงเดือน ธ.ค. 2555 รวม 6 บาท/กก. ซึ่งในช่วงแรกของการปรับราคาเอ็นจีวี ผู้ที่ถือบัตรเครดิตพลังงานจะไม่ได้รับผลกระทบโดยจะได้รับส่วนลดราคาก๊าซสูงสุด 2 บาท/กก. จนถึงเดือน พ.ค. 2555
ส่วนการที่เครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร ขอปรับค่าโดยสารมิเตอร์เริ่มต้นจาก 30 บาทเป็น 50 บาทนั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมที่จะพิจารณาอนุมัติ
ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อขอให้มีการทบทวนการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี และอาจจะขอปรับค่าโดยสารมิเตอร์เริ่มต้นเป็น 50 บาทจากปัจจุบัน 35 บาท นั้น ก็เข้าใจถึงความจำเป็น เนื่องจากมิเตอร์ค่าโดยสารไม่ได้ปรับราคามาตั้งแต่ปี 2551 แต่ต้องยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมในการดูแลนายเติมชัย บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. กล่าวว่าราคาเอ็นจีวีที่ปรับขึ้นอีก 6 บาท/กก.ก็ยังไม่ครอบคลุมต้นทุนเอ็นจีวีได้ทั้งหมด เนื่องจากเป็นต้นทุนที่มีการคำนวณไว้ตั้งแต่ปี 2543 แต่ปัจจุบันราคาที่สะท้อนต้นทุนปรับสูงขึ้นมากกว่านี้ ประกอบกับในบางช่วงหากก๊าซฯในอ่าวไทยไม่เพียงพอก็ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)ที่มีราคาสูงกว่ามาใช้แทนด้วย
ปัจจุบัน ปตท.มีภาระขาดทุนสะสมจากการจำหน่ายเอ็นจีวี 3.1 หมื่นล้านบาท และหากปีหน้าไม่ได้ปรับราคาเอ็นจีวี ก็จะมีผลขาดทุนเพิ่มอีก 1.5 หมื่นล้านบาท ส่วนการขยายปั๊มเอ็นจีวีในปีหน้าจะเพิ่มเป็น 502 แห่ง จาก 463 แห่งให้เพียงพอกับความต้องการนั้น ในปี 2555 กำหนดแผนการขยายปั๊มจาก 463 แห่ง







