
กทม.เบรกโครงการยักษ์โยก2หมื่นล.แก้น้ำท่วม
กทม.ชะลอโครงการยักษ์ทั้งรถไฟฟ้ารางเดี่ยว-รถไฟฟ้าขนาดเบา-ซูเปอร์สกายวอล์ค โยกงบ 2 หมื่นล้านแก้น้ำท่วม
กทม.ชะลอโครงการยักษ์ทั้งรถไฟฟ้ารางเดี่ยว-รถไฟฟ้าขนาดเบา-ซูเปอร์สกายวอล์ค โยกงบ 2 หมื่นล้านแก้น้ำท่วม
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ได้พิจารณาชะลอทุกโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของตัวเองทั้งหมดเพื่อนำงบประมาณไปฟื้นฟูปัญหาน้ำท่วม ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (โมโนเรล) จำนวน 3 เฟส วงเงินลงทุน 5,500 ล้านบาท ได้แก่ เฟสแรกสายสยาม-สามย่าน ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร วงเงิน 1,500 ล้านบาทส่วนอีก 2 เฟส เฟสละ 2,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟฟ้าขนาดเบา (ไลต์เรล) สายบางนา-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 18.3 กิโลเมตร วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท โครงการทางเท้าลอยฟ้า (ซูเปอร์สกายวอล์ค) โครงการส่วนต่อขยายเรือโดยสารเส้นทางคลองแสนแสบ โครงการติดตั้งกล้องซีซีทีวี งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท โครงการติดตั้งกล้องตรวจจับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (เรดไลต์ คาเมร่า) 460 ล้านบาท และโครงการจัดซื้อเครื่องออกใบสั่งออนไลน์ (อี-ทิกเก็ต) 190 ล้านบาท เป็นต้น
ทั้งนี้ นายธีระชน กล่าวว่า ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้จะเรียกประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปโครงการที่จะชะลอทั้งหมดให้ชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งจะมีผลให้โครงการต่างๆ อาจไม่แล้วเสร็จในสมัยของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ตามที่เคยตั้งเป้าไว้
ขณะที่นายประพัฒน์ ธีรพงศ์ธร ผู้อำนวยการเขตทวีวัฒนา กล่าวว่า หากจะเตรียมการป้องกันปัญหาอุทกภัยในปีหน้าโดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งตะวันตก ควรเร่งเสริมแนวคันกั้นน้ำตามแนวคลองมหาสวัสดิ์โดยด่วน เพื่อให้เป็นคันกั้นน้ำถาวร และต้องใช้โครงสร้างที่แข็งแรงด้วยการลงเสาเข็มคอนกรีต ซึ่งปัจจุบันมีความสูงอยู่ที่ 2.5 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.)
อย่างไรก็ตาม สำนักการระบายน้ำ กทม.ได้ทำการสำรวจแนวก่อสร้างคันกั้นน้ำริมคลองมหาสวัสดิ์ รวมระยะทางทั้งสิ้น 15 กม. โดยจะเพิ่มความสูงขึ้นเป็น 3.1 ม.รทก. ตั้งแต่บางกอกน้อยจนถึงประตูน้ำฉิมพลี และจากประตูน้ำฉิมพลีถึงคลองทวีวัฒนา ใช้งบประมาณทั้งสิ้นเกือบ 200 ล้านบาท
นายประพัฒน์ กล่าวอีกว่า กทม.ควรเพิ่มระดับความสูงของถนนสายสำคัญในพื้นที่ฝั่งตะวันตก เช่น ถนนบรมราชชนนี และถนนพุทธมณฑลสาย 3-4 เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำและถูกน้ำท่วมขังสูง แต่หากเสริมถนนให้สูงขึ้นได้ก็จะช่วยเป็นแนวคันกั้นน้ำได้อีกทางหนึ่ง







