
ธรรมจักรบูชาธรรมยาตราสู่ มาฆบูชากึ่งพุทธกาล ณ ชมพูทวีป (๘)
....พระอาจารย์อารยะวังโส
สิ่งที่เกิดขึ้นและมีความโดดเด่นนอกเหนือจากเรื่องธรรมจักรบูชาใน ๕ วัน ณ โพธิมณฑลสถาน พุทธคยาแล้วนั้น ในช่วงสามวันแรกของงานยังได้มีงานบูชาประจำปีพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๒๓ ก.พ. เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของพุทธคยา ที่จัดโดยศรีลังกาและมหาโพธิสมาคมของอินเดีย มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุอยู่ในพระสถูป เพื่อนำมาเฉลิมฉลองอัญเชิญไปรอบเมืองและประดิษฐานไว้ภายในวิหารของวัดศรีลังกา โดยประชาชนจะมาร่วมงานกันมากมาย เข้าแถวกันยาวเหยียดเพื่อรอเข้าไปกราบสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ ในปีนี้อาตมาได้เป็นประธานในการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุออกมาประดิษฐานในพระวิหาร และทำพิธีสวดร่วมสวดกับพระสงฆ์นานาชาติ เป็นประธานนำแถวขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุอยู่ในผอบ โดยอาตมาได้อัญเชิญไว้ด้วยมือของอาตมา เดินนำหน้าขบวนพระและอุบาสกอุบาสิกานานาชาติสู่มหาโพธิวิหารสังเวชนียสถานที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อทำการประทักษิณรอบพระศรีมหาโพธิ์ ก่อนอัญเชิญมาประดิษฐานในพระวิหารวัดศรีลังกา งานนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากทางคณะสงฆ์เวียดนาม โดยในระหว่างขบวนอัญเชิญเสด็จฯ จากมหาโพธิสมาคมสู่พระศรีมหาโพธิ์ อาตมามีปีติมากที่ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกลับไปบริเวณที่พระองค์ท่านได้เคยประทับนั่งตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ หรือที่พระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งพระบรมสารีริกธาตุอันเป็นอัฐิธาตุนั้นเป็นส่วนหนึ่งของพระวรกายของพระองค์ท่าน เวลาผ่านไปสองพันกว่าปี อาตมาได้อัญเชิญกลับไปสู่ที่ที่พระองค์ท่านได้ทรงเคยใช้สอยพระอัฐิธาตุดังกล่าวนั่งประทับตรัสรู้ถึงซึ่งพระโพธิญาณ ณ สถานที่แห่งนี้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พลังพระพุทธานุภาพที่อยู่ในพระสถูปนั้นจะแผ่กำลังธรรมอันไม่มีประมาณออกไปทั่วทุกทิศ ซึ่งได้มีสาธุชนบางท่าน (ท่านผู้พิพากษาอารีย์ เตชะหรูวิจิตร) ถ่ายภาพได้เป็นฉัพพรรณรังสีออกมาจากสถูปแก้วเหลืองอร่ามสว่างไสว ในห้วงเวลาแห่งความสำคัญของอาตมาได้แก่ตรงวาระการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปไว้บนพระแท่นพระพุทธเมตตาในมหาโพธิวิหารใต้พระศรีมหาโพธิ์ และทำพิธีบูชาใหญ่อีกครั้งที่นั่น และนั่นคือหัวใจของงาน เพราะเป็นการคืนกลับพระบรมสารีริกธาตุของพระองค์สู่แผ่นดินที่พระองค์เคยทรงประทับและตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณอีกครั้งหนึ่งอย่างสมพระเกียรติสืบต่อมาจนถึงวันที่ ๓ ก.พ. ๒๕๕๓ ก็เป็นวันมหกรรมจัดขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ของมหาโพธิสมาคมอีกครั้งหนึ่งเพื่อทำพิธีถวายการฉลองสมโภชบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตสาวกธาตุ ซึ่งมีพระสงฆ์นานาชาติมาเข้าร่วมมากมาย พร้อมศรัทธาสาธุชนทั้งหลาย เพื่ออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุของพระอัครสาวกไปรอบพุทธคยา โดยขบวนดังกล่าวมีช้างทรง ๒ เชือก แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างดี และมีอูฐ ๒ ตัวอยู่ข้างหน้า โดยช้างนั้นเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาแน่ แต่อูฐก็ไม่ทราบว่ามาเกี่ยวอย่างไร มีขบวนพาเหรดและขบวนดุริยางค์ของทางทิเบตและศรีลังกานำหน้า โดยมีพระไทยเข้าร่วมอยู่ในขบวน
อ่านต่อฉบับหน้า







