
ระดมช่วยรง.นอกนิคมฯ
เร่งเก็บข้อมูลรายจังหวัดหลังน้ำลดชูมาตรการหลักภาษีเงินกู้ดอกต่ำ
เร่งเก็บข้อมูลรายจังหวัดหลังน้ำลดชูมาตรการหลักภาษีเงินกู้ดอกต่ำ
กระทรวงอุตฯ เร่งสำรวจโรงงานนอกนิคมฯ หลังน้ำลด พบเสียหายต้องเยียวยา 200-300 โรงงาน
นายยงยุทธ ทองสุข รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะทำงานฟื้นฟูและให้ความช่วยเหลือโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีโรงงานขนาดใหญ่ที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วม และอยู่นอกพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 200-300 โรงงาน เช่น จ.พระนครศรีอยุธยา มี10 โรงงาน นครปฐม 50 โรงงาน นนทบุรี 50 โรงงาน และจังหวัดอื่นๆ ไล่มาตั้งแต่ จ.สุโขทัย ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมุทรสาคร
กระทรวงอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจำนวนโรงงานที่เสียหายจริง เพื่อประเมินความเสียหายให้ชัดเจนว่ามีด้านใดบ้าง ตลอดจนข้อมูลความช่วยเหลือที่กลุ่มผู้ประกอบการต้องการให้ช่วย
สำหรับในส่วนของความช่วยเหลือจะมีทั้งจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นต้น ส่วนใหญ่จะเป็นมาตรการด้านภาษี การประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยพิเศษ ประสานความช่วยเหลือด้านไฟฟ้าและน้ำประปา เป็นต้นให้กับผู้ประกอบการ การกำจัดกากอุตสาหกรรม และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มาดูแลเรื่องไฟฟ้า และน้ำประปา
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงได้ตั้งคณะทำงานฟื้นฟูและให้ความช่วยเหลือโรงงาน โดยเฉพาะโรงงานที่อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกันเนื่องจากขณะนี้มีโรงงานเริ่มขอความช่วยเหลือเข้ามาหลายราย หลังจากน้ำลดลงแล้ว
พร้อมกันนี้ยังมีโครงการศูนย์พักพิงเพื่อให้ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้พื้นที่หรือโกดังเก็บของมาใช้พื้นที่ได้ เบื้องต้นมีผู้มาขอใช้แล้วประมาณ 100 ราย ซึ่งกระทรวงอยู่ระหว่างจัดหาพื้นที่ใกล้กับ จ.พระนครศรีอยุธยา มาให้บริการแก่ผู้ประกอบการ คาดว่าใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท ในการดำเนินงาน
ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการศูนย์สารพัดช่าง โดยร่วมกับสถาบันอิสระในสังกัด เช่น สถาบันยานยนต์ สถาบันไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ออกให้บริการแก่ผู้ประกอบการเป็นการทั่วไปอีกทางหนึ่งด้วย
“เราต้องการทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนให้เห็นว่า รัฐให้ความสำคัญกับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ที่อยู่ในนิคมฯ เท่านั้น แต่โรงงานที่อยู่ข้างนอกนิคมฯ รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อมหรือเอสเอ็มอี ก็จะได้รับความช่วยเหลือไปในทิศทางเดียวกันด้วย” นายวิฑูรย์ กล่าว







