
ครม.ปูสั่งรื้อโครงการไทยเข้มแข็ง
ครม.สั่งทุกกระทรวงทบทวนโครงการไทยเข้มแข็ง ชี้ไม่จำเป็นก็ต้องเลิก ระบุครม.ขี้เหร่แต่โปร่งใสไม่เหมือนครม.รูปหล่อแบบไม่ชอบมาพากล
ครม.สั่งทุกกระทรวงทบทวนโครงการไทยเข้มแข็ง ชี้ไม่จำเป็นก็ต้องเลิก ระบุครม.ขี้เหร่แต่โปร่งใสไม่เหมือนครม.รูปหล่อแบบไม่ชอบมาพากล
นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ได้พิจารณาเรื่องการบริหารโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 หรือ โครงการไทยเข้มแข็ง และโครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่กระทรวงการคลังเสนอ
ทั้งนี้ครม. พิจารณาแล้ว เห็นว่าโครงการดังกล่าวต้องดำเนินการเบิกจ่ายให้จบภายในเดือน ก.ย.2555 แต่พบว่า บางโครงการยังไม่ได้เริ่มต้นและยังไม่มีการขอรับจัดสรรงบประมาณ รวมทั้งคาดว่าการออกแบบก่อสร้างและจัดซื้อจัดจ้างจะใช้เวลาอีกนาน จึงขอให้ทุกกระทรวงกลับไปทบทวนโครงการดังกล่าวและส่งให้กระทรวงการคลังพิจารณาก่อนจะเสนอกลับมาให้ ครม.พิจารณาอีกครั้งใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า
นางฐิติมากล่าวว่า การพิจารณาในวันนี้พบว่ามีโครงการผ่านความเห็นชอบแค่ 3 โครงการ นอกนั้นแต่ละกระทรวงต้องกลับไปพิจารณา โดยรัฐมนตรีทุกกระทรวงต้องหารือกับปลัดกระทรวง แล้วเสนอให้กระทรวงการคลังภายใน 1 สัปดาห์เพื่อกลั่นกรองและเสนอ ครม. ในอีก 1 สัปดาห์ต่อมา ทั้งนี้ ครม. ให้พิจารณาว่าโครงการไหนทำได้เลย ทำได้เร็ว ก็ทำ แต่ถ้าอะไรต้องเลิก ก็เลิก เพราะไม่มีความจำเป็น
"รัฐมนตรีบางคนได้ท้วงติงโครงการที่เสนอมาว่า ยังไม่ทันได้เริ่ม ก็มีการโกงค่าแบบก่อสร้างไป 50% แล้ว ซึ่งรัฐบาลนี้ต้องทำให้เกิดความชัดเจน บางคนบอกครม.นี้เป็น ครม.ขี้เหร่ แต่ต้องโปร่งใส ไม่เหมือน ครม.รูปหล่อแต่ทำงานแบบไม่ชอบมาพากล"นางฐิติมา กล่าว
นางฐิติมากล่าวอีกว่า โครงการที่ยังไม่เริ่มและอาจต้องยกเลิก เช่น โครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต วงเงิน 2,434.65 ล้านบาท ซึ่ง ครม.เห็นว่าหากอนุมัติไปแล้ว ดำเนินการไม่ทันภายในเดือนก.ย.2555 สุดท้ายโครงการเหล่านี้จะต้องกลับมาขอใช้งบประมาณปกติอีก
อย่างไรก็ตามโครงการที่กระทรวงการคลังเสนอให้ครม.พิจารณาในวันที่ 13 ธ.ค. รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้นประมาณ 6,594 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.โครงการที่ยังไม่ได้ขอเสนอรับการจัดสรรจากสำนักงบประมาณ เป็นวงเงิน 2,947 ล้านบาท 2.โครงการที่อยู่ระหว่างพิจารณาจัดสรรวงเงินจากสำนักงบประมาณ เป็นวงเงิน 285 ล้านบาท และ 3.โครงการที่ได้รับจัดสรรจากสำนักงบประมาณแล้ว แต่ยังไม่มีการลงนามในสัญญาอีก วงเงิน 3,361 ล้านบาท
ส่วน 3 โครงการที่ ครม.ได้เห็นชอบให้เดินหน้าต่อ ประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนาศิริราชสู่ความเป็นเลิศในเอเชียอาคเนย์ ระยะที่ 2 วงเงิน 1,543 ล้านบาท 2.โครงการอาคารสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อการบริการ การเรียนรู้ และการวิจัย 1,715 ล้านบาท และ 3.โครงการจัดหาครุภัณฑ์อาคารสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 50 พรรษา 399 ล้านบาท







