
สารเพลี้ยออกฤทธิ์สตง.บี้ผวจ.พิจิตรคืน3ล.
สตง.ไล่บี้ผู้ว่าฯ พิจิตร คืนเงินซื้อสารเคมีฆ่าเพลี้ยสูงกว่าท้องตลาด 3 ล้าน
สตง.ไล่บี้ผู้ว่าฯ พิจิตร คืนเงินซื้อสารเคมีฆ่าเพลี้ยสูงกว่าท้องตลาด 3 ล้าน
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 11 (สตง.) ทำหนังสือถึง นายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผวจ.พิจิตร ให้หาตัวผู้รับผิดชอบกรณีจัดซื้อสารเคมีกำจัดเพลี้ยแพงกว่าราคาท้องตลาด และให้คืนเงินส่วนต่างจำนวน 3,357,870 บาท แก่ทางราชการ
หนังสือของ สตง. ระบุว่า หากมีความบริสุทธิ์ในเจตนาก็น่าจะใช้เงินเพียงแค่ 6,457,750 บาท แต่กลับไปซื้อสินค้าถึง จ.นครสวรรค์ ทำให้ได้ของแพงไปกว่าปกติถึง 3,357,870 บาท ซึ่งการจัดซื้อในราคาสูงกว่าท้องตลาดดังกล่าว เป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง อีกทั้งวิสัยและพฤติการณ์โดยทั่วไปของผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ต่อรองและตกลงราคาจักต้องพึงปฏิบัติ แต่การไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ ช่วงเดือน พ.ย. 2552 เกิดเพลี้ยแพร่ระบาดในพื้นที่ จ.พิจิตร 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.วังทรายพูน บางมูลนาก สากเหล็ก โพทะเล และวชิรบารมี นายสุวิทย์ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรอง ผวจ.พิจิตร รักษาราชการแทน ผวจ.พิจิตร ได้ประกาศให้พื้นที่ 5 อำเภอดังกล่าวเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน จากนั้นได้อนุมัติเงินจำนวน 10 ล้านบาท ให้ที่ทำการปกครองอำเภอจัดซื้อสารเคมีช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ต่อมามีอดีตข้าราชการในสำนักงานเกษตรจังหวัด ได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนจนตกเป็นข่าวฉาวว่า วิธีดำเนินการดังกล่าวมีการทุจริตเกิดขึ้น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จึงเข้าตรวจสอบ







