
น้ำลดทำริมตลิ่งเจ้าพระยาทรุด
น้ำลดลงรวดเร็ว ส่งผลริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาทรุดต่อเนื่อง ชาวบ้านระดมพลตอกเสาเข็มป้องกัน
น้ำลดลงรวดเร็ว ส่งผลริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาทรุดต่อเนื่อง ชาวบ้านระดมพลตอกเสาเข็มป้องกัน
นายธเนศ วีระศิริ เลขาธิการ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) พร้อมด้วยนายณรงค์ อ่อนสอาด รองผวจ.พระนครศรีอยุธยาลงตรวจบ้านเรือนของประชาชนพื้นที่ ม.7 ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ที่อยู่ริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาพังทรุดลงเมื่อคืนที่ผ่านมาและเป็นพื้นที่เขตติดต่อซึ่งเกิดเหตุตลิ่งพังระหว่าง ม.7 และ ม.8 เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้พบว่าการพังของตลิ่งยังไม่หยุดนิ่งและมีการพังทรุดตัวตลอดเวลา
นายระยั้ว ไพจิตโรจนะ ชาวบ้านต.บ้านกุ่ม ซึ่งเป็นบ้านไม้ยกใต้ถุนสูง พังลงในแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหลังเมื่อคืนที่ผ่านมา โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต กล่าวว่า ขณะนี้ได้ระดมกำลังชาวบ้านช่วยกันรื้อบ้านทรงไทยริมน้ำและบ้านไม่ริมน้ำอีก 3 หลังอย่างเร่งด่วนเพราะเกรงว่าบ้านจะพังตามดินที่ถล่มลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ในจุดใกล้กันมีการพังของตลิ่งและต้องรื้อบ้านหนีแนวตลิ่งที่พังไปแล้ว 2 หลังเช่นกัน
ด้าน นายธเนศ กล่าวว่า หลังเกิดน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตรและท่วมนานกว่า 4 เดือนในพื้นที่ที่เกิดเหตุดินตลิ่งพังลงแม่น้ำซึ่งตามหลักวิศวกรรมก็ชัดเจนว่าน้ำที่ท่วมสูงทำให้ดินอุ้มน้ำไว้จำนวนมากและเมื่อดินชุ่มน้ำสูงก็เกิดความอ่อนตัว ประกอบกับดินจุดนี้เป็นดินปนทราย ทำให้การเกาะตัวของดินมีไม่มากเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงอย่างรวดเร็วทำให้น้ำที่ถูกดินอุ้มไว้ ทั้งตามโพรงดินทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่พยายามจะไหลลงตามระดับน้ำในแม่น้ำตลอดเวลา และเมื่อดินไม่เกาะตัวและอ่อนก็ทำให้แนวตลิ่งที่อุ้มน้ำไว้มากเกิดการเคลื่อนที่ไหลตัวลงตามระดับน้ำที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ แนวทางแก้ไขระยะสั้น คือตอกเสาเข็มที่มีความยาวมากกว่า 6 เมตรลงไปโดยทำเป็นแนวยาวตลอดช่วงที่พัง คาดว่าไม่ต่ำกว่า 100 เมตร และต้องตอกเสาเข็มแบบขั้นบันได คือทำเป็นชั้น ๆ จากในน้ำ ขึ้นมาเรื่อย ๆจนถึงบนตลิ่ง ซึ่งก็เสนอแนวทางให้ทางจังหวัดและท้องถิ่นไปแล้วส่วนการแก้ไขปัญหาถาวรคือการทำแนวเขื่อนถาวรป้องกันตลิ่งพังแต่ไม่ว่าระยะสั้นหรือระยะยาว ก็ล้วนแต่ใช้งบประมาณสูงแน่นอน







