posttoday
สมาคมชาวนา ขู่ม็อบ26ก.พ. หน้าทำเนียบฯ

สมาคมชาวนา ขู่ม็อบ26ก.พ. หน้าทำเนียบฯ

25 กุมภาพันธ์ 2553

 

 

โพสต์ทูเดย์ — สมาคมชาวนาฯ ลั่นบุกทำเนียบฯ 26 ก.พ. จี้แก้ข้าวราคาตก ขู่จับมือเสื้อแดงประท้วง ด้านรัฐเร่งเปิดจุดรับซื้อหวังสกัดม็อบ

นายวิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย เปิดเผยว่า วันที่ 26 ก.พ. นี้ ชาวนา จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมชาวนาภาคกลาง ชาวนาจากภาคเหนือตอนล่าง เช่น จ.สุโขทัย พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ และภาคอีสาน จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลโดยรถกระบะและรถที่ใช้ในการทำนา

ทั้งนี้ เพื่อเร่งให้รัฐบาลช่วยเหลือชาวนาอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ต้นทุนผลิตสูง และขอให้ยกเลิกโครงการประกันราคาข้าวและหันมาใช้โครงการรับจำนำข้าว โดยให้กำหนดราคารับจำนำไม่ต่ำกว่า 11.2 หมื่นบาท/ตัน ที่โควตารายละ 4050 ตัน หากรัฐบาลยังเมินเฉยชาวนาจะลุกขึ้นมาประท้วงปิดถนนในจังหวัดของตนเอง เหมือนชาวนาพระนครศรีอยุธยา ทำมาแล้ว เพราะชาวนาสุดจะทนกับการทำงานหลักลอยของรัฐบาลแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตามการเคลื่อนกองทัพของชาวนาในครั้งนี้ หลายคนอาจจะมองว่ามีการเมืองเข้าแทรก ตนเองยืนยันว่าไม่มี เพราะข้อเท็จจริงเป็นการเรียกร้องเพื่อปากท้องของชาวนาไทยทั่วประเทศ ซึ่งในการเดินทางเข้ากรุงเทพครั้งนี้กลุ่มชาวนาทั้งหมด อาจจะไปรวมกับกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อต้องการให้รัฐบาลรับรู้ถึงปัญหาที่แท้จริงสำหรับการชุมนุมครั้งนี้เป็นการเรียกร้องเพื่อปากท้อง ไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่อาจไปรวมกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงได้ เพื่อให้รัฐบาลได้รับรู้ปัญหา

นายวิเชียร พวงลำเจียก กล่าวอีกว่า ต้นเหตุของการเคลื่อนทัพชาวนา มาจาก ล่าสุด ครม.มีมติให้ตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย และพิษณุโลก และกำหนดราคาอ้างอิงที่ 9,500 บาท/ตันพร้อมกำหนดเงื่อนไขว่าต้องเป็นข้าวเปลือกความชื้นไม่เกิน 15% การกำหนดแนวทางแก้ไขแบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อราคาข้าวเปลือกในตลาด ซ้ำร้ายจะทำให้ราคาข้าวเปลือกในตลาดตกต่ำลงไปอีก ถือเป็นวิธีการที่ผิดและซ้ำเติมชาวนา หรือเรียกได้ว่าเป็นมาตรการที่ไม่ได้ช่วยชาวนาเลย เพราะปกติชาวนาไทยเกี่ยวข้าวและขายข้าวเลย ก็จะมีความชื้นอยู่ที่ 25% ซึ่งหมายความว่าราคาข้าวจะขายได้ไม่ถึง 9,500 บาท/ตันแน่นอน และเมื่อมีการตัดราคาตามความชื้นลงไปอีก ท้ายที่สุดชาวนาก็ขายข้าวได้ในราคา 7,000 บาท/ตันเท่าเดิม

หากรัฐต้องการแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ ตนเองเสนอให้ประกาศราคาอ้างอิงเกินกว่าตันละ 10,000 บาท และหากราคารับซื้อข้าวเปลือกต่ำกว่า 10,000 บาท/ตัน ก็ไม่ต้องกำหนดความชื้น หมายถึงความชื้นสูงก็ขายได้ หากทำแบบนี้จะเป็นการกระตุ้นให้ราคาข้าวเปลือกในท้องตลาดราคาสูงขึ้น เหมือนอย่างที่เคยราคาพุ่งสูงมาแล้วกว่า 12,000 บาท/ตัน เมื่อครั้งยังมีโครงการรับจำนำข้าว ดังนั้นจะเห็นว่าโครงการประกันราคาข้าวนั้นยุ่งยากไม่ได้ผลในเรื่องการกระตุ้นราคาข้าวเปลือก รัฐควรยกเลิกและหันกลับมาใช้โครงการรับจำนำข้าวจะดีกว่า

*******ตั้งโต๊ะรับซื้อข้าววันที่ 26 ก.พ. แก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ

ด้านการเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ของตัวแทนชาวนาจาก จ.พิษณุโลก และสุโขทัย ที่รัฐสภา หลังการเข้าพบ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงร่วมกับตัวแทนชาวนาว่า หลังตัวแทนเข้าพบนายกรัฐมนตรีแล้ว คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลได้เชิญตัวแทนชาวนาทั้งหมดมาหารือเพื่อรับฟังปัญหาอีกครั้ง โดยจากผลหารือกับนายกฯ คาดกระทรวงพาณิชย์จะเปิดจุดรับซื้อข้าวได้วันที่ 26 ก.พ. นี้ รัฐบาลยืนยันจะตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวเปลือก โดยได้ประสานกับนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสามารถตั้งโต๊ะรับซื้อในอำเภอละหนึ่งจุดได้อย่างช้าภายในวันที่ 26 กุมภาพันธ์

น.พ.วรงค์กล่าวว่า ตัวแทนชาวนายังได้สอบถามนายกรัฐมนตรีว่าจะมีมาตรการเยียวยาราคาข้าวที่มีราคาตกต่ำเหลือตันละ 6,500 บาท จากที่รัฐบาลได้ประกาศราคาอ้างอิงที่ 9,886 บาทอย่างไร ซึ่งได้คำตอบว่ารัฐบาลได้ประสานให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เก็บรายละเอียดความเสียหายของเกษตรกร แต่ละรายและให้รวบรวมเสนอรัฐบาลเพื่อหาทางเยียวยาต่อไป ทั้งนี้ยืนยันว่านโยบายประกันราคาข้าวเป็นนโยบายที่ดีที่สามารถเยียวยาเกษตรกรได้โดยตรง เพียงแต่ขณะที่กำลังดำเนินโครงการอยู่ก็มีข่าวลือเพื่อมาทุบราคาข้าว หากตั้งโต๊ะรับซื้อจากชาวนาแล้วราคาข้าวจะกลับมาสูงขึ้นเหมือนเดิม

นายประทุม แสงคำ ผู้นำชาวนา อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ยังเป็นห่วงเรื่องการตั้งโต๊ะว่าจะอยู่จุดใดบ้าง รัฐบาลต้องประกาศให้ชัดเจนและควรหาสถานที่ที่เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงได้ง่ายนอกจากนี้ ชาวนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ประท้วงเรียกร้องให้แก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำเช่นกัน

วันนี้(24 ก.พ.)ที่วัดวารีปราโมกข์ บ้านบางตะเครียะ อ.ระโนด จ.สงขลา เกษตรกรชาวนาในพื้นที่ 5 อำเภอ จาก 3 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย อ.หัวไทรจ.นครศรีธรรมราช อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และอ.สะทิงพระ กระแสสินธุ์ ระโนด จ.สงขลา กว่า 1,000 คน รวมตัวชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ เนื่องจากขณะนี้โรงสีข้าวรับซื้อข้าวเปลือกแค่ตันละ 7,000 บาท

ทำให้ชาวนาขาดทุนตันละ 1,200 บาท เมื่อเทียบกับนโยบายประกันราคาข้าวอ้างอิงตลาดกลางตันละ 9,886 บาท ชาวนาทั้ง3 จังหวัดซึ่งมีพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 1.5 แสนไร่จึงได้รับความเดือดร้อน

นายไกรธนู แกล้วทนงค์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เขตอ.ระโนด เผยว่า ชาวนาต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา4ข้อ คือ 1.รัฐบาลต้องรับซื้อข้าวเปลือกตันละ 12,000 บาท 2.ให้โรงสีข้าวในพื้นที่รับซื้อข้าวเปลือกตามราคาอ้างอิงโดยไม่หักความชื้น 3.ข้าวที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือไร่ละ 490 กก. เพิ่มเป็น800 กก.

และ4 ถ้าโรงสีข้าวในพื้นที่เต็มหมดให้รัฐบาลเร่งแทรกแซงราคาทันที ซึ่งหลังจากนี้ทางแกนนำจะทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจ.สงขลาในวันที่26 กุมภาพันธ์นี้ และรอคำตอบจากรัฐบาลภายใน7 วัน หากไม่มีคำตอบก็จะรวมตัวกันปิดสะพานติณสูลานนท์ทันที

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ