
สถานการณ์เด่น
ยิ่งใกล้วันพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วันที่ 26 ก.พ.นี้เท่าไหร่ อุณหภูมิการเมืองของไทย ก็ร้อนขึ้นตามไปด้วย โดยวันนี้ ขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรม คนรักอุดร แกนนำเสื้อแดงตัวเอ้ ออกมาประกาศชัดถ้อยชัดคำ ว่าการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง กับแกนนำนปช. จะมีขึ้นวันที่ 14 มี.ค. โดยจะรอให้อารมณ์ของคนเสื้อแดงนิ่งจากคำพิพากษาในคดียึดทรัพย์เสียก่อน โดยยืนยันว่าการชุมนุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 มี.ค.นั้น จะมีคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมหลักล้านคน
10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง เปิดศูนย์รักษาความปลอดภัยกรุงเทพมหานคร หรือ ศรภ. เพื่อติดตามพร้อมรับมือสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมเปิดสายโดยขอความร่วมมือประชาชนให้เป็นหูเป็นตา ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง ผ่านสายด่วน 1555 กว่า 120 คู่สาย ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เข้าระงับเหตุได้ ภายใน 15 นาที อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่มีการขัดขวางการเดินทางมาร่วมชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง แต่ขอร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมอย่าทำผิดกฎหมาย
11.00 น. นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้กรมราชทัณฑ์ตรวจสอบรายชื่อประชาชนผู้ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาของกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้ว 2 ล้านชื่อ และเพื่อความรวดเร็วได้ทยอยนำรายชื่อที่บันทึกข้อมูลเสร็จสิ้นแล้ว ส่งไปให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบความถูกต้องกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ คาดว่ากรมราชทัณฑ์จะใช้เวลาตรวจสอบรายชื่อที่เหลือได้เสร็จภายในเดือน มี.ค.นี้
13.00 น. แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง แถลงชุมนุมใหญ่วันที่ 14 มี.ค. โดยระดมพลตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. ค่อยๆ เดินทางเข้ามายังกรุงเทพฯ เพื่อร่วมชุมนุมใหญ่บริเวณท้องสนามหลวงในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ร่วมชุมนุมกว่า 1 ล้านคน เพื่อร่วมกดดันรัฐบาลให้ยุบสภา จากนั้นจะรอดูท่าทีของรัฐบาลก่อนจะกำหนดยุทธวิธีว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
13.30 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน สส. พรรคเพื่อไทย แถลงถึงความคืบหน้าในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เบื้องต้นชัดเจนแล้วว่าจะยื่นอภิปราย 4 คน คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย แม้จะถูกมองว่ามีความสนิทสนมกัน แต่เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงที่มีเรื่องในการอภิปรายมากที่สุดกระทรวงหนึ่ง อย่างไรก็ตาม สำหรับ รัฐมนตรีคนที่ 4 ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ขณะนี้ เนื่องจากต้องรอเสนอในที่ประชุมพรรคเสียก่อน
15.00 น. นายวิจักร วิเศษน้อย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดซองประมูลสต๊อกข้าวของรัฐบาล จำนวน 5 แสนตัน แบ่งเป็น ข้าวขาว 5% ปี 2551/2552 จำนวน 350,000 ตัน และข้าวหอมปทุมธานี ปี 2551 และ 2552 จำนวน 150,000 ตัน หลังจากที่ให้เอกชนสนใจยื่นซองประมูล จำนวน 11 ราย โดยเอกชนได้เสนอราคาซื้อแยกเป็น ข้าวหอมปทุมธานี เฉลี่ยอยู่ที่ 17,90019,000 บาทต่อตัน และราคาข้าวขาว เฉลี่ยอยู่ที่ 14,90015,000 บาทต่อตัน แม้ว่าราคาที่เสนอซื้อจะต่ำกว่าราคาตลาด โดยเฉลี่ยตันละกว่า 1,0002,000 บาทขึ้นไป
15.30 น. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดเงินลงทุนจากต่างประเทศในช่วงสิ้นปี 2552 พบว่ามีเงินลงทุนในส่วนของภาคธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ไหลออกสุทธิ 7,017 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถ้าเทียบกับสิ้นปี 2551 ที่มีเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิ 6,862 ล้านเหรียญสหรัฐ จะเห็นได้ชัดเจนว่าปริมาณเงินลงทุนจากต่างประเทศในปี 2552 น้อยกว่าปี 2551 อยู่ถึง 1.39 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.58 แสนล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยน 33 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นการน้อยลงถึง 202.26% โดยการไหลเข้ามาน้อยลงของเงินทุนต่างชาติ น่าจะมีสาเหตุมาจากความไม่เชื่อมั่นในสถานการณ์ทางการเมืองของนักลงทุนต่างชาติเป็นสำคัญ
16.30 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเสียงข้างมาก 234 ต่อ 86 เสียง ถอนร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ตามข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงว่าการขอถอนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไปก่อน เนื่องจากการแก้ไขปัญหานิคมมาบตาพุดที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ตั้งองค์การอิสระตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ซึ่ง ครม. ได้มีมติแล้ว พร้อมกับส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณากลั่นกรองและเร่งรัดให้เสร็จภายในเดือน มี.ค.นี้ ดังนั้นจึงเป็นกฎหมายสองฉบับที่มีเป้าหมายเหมือนกันแต่มีบทบัญญัติที่แตกต่างกันจึงต้องขอถอน ร่าง พ.ร.บ.นี้ออกไปก่อน
18.30 น. นายกรัฐมนตรี ระบุรัฐบาลจะประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเชื่อว่าหลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวแล้ว จะไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย หรือรุนแรงเกิดขึ้นตามมา และยืนยันว่า ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ จะยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติ







