
ตร.มุ่งปมธุรกิจ-การเมืองคดียิงคนสนิทแทนคุณ
ผบก.น.3เผยสอบพยานคดียิงคนสนิทแทนคุณแล้วหลายปาก มุ่งปมธุรกิจ-การเมือง ระบุก่อนเกิดเหตุเจ้าตัวทะเลาะกับบุคคลหนึ่งเรื่องธุรกิจ
ผบก.น.3เผยสอบพยานคดียิงคนสนิทแทนคุณแล้วหลายปาก มุ่งปมธุรกิจ-การเมือง ระบุก่อนเกิดเหตุเจ้าตัวทะเลาะกับบุคคลหนึ่งเรื่องธุรกิจ
พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบก.น. 3 กล่าวว่าการสืบสวนคดีสังหารนายชุติเดช สุวรรณเกิด คนสนิทนายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัติย์ เขตดอนเมือง เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักเรื่องความขัดแย้งทางธุรกิจเนื่องจากผู้ตายมีธุรกิจพระเครื่อง รถบรรทุก และเคยดูแลวินจักรยานยนต์รับจ้าง โดยผู้ตายเป็นผู้กว้างขวางและมีลูกน้องอยู่ในพื้นที่
นอกจากนี้จากการสอบพยานได้ระบุว่าก่อนเกิดเหตุ นายชุติเดช มีเรื่องทะเลาะกับบุคคลหนึ่งเรื่องธุรกิจทางโทรศัพท์ หลังจากนั้นก็ถูกยิงเสียชีวิต
อย่างไรก็ตามนอกจากประเด็นทางธุรกิจแล้วก็ยังดูประเด็นเรื่องของการเมืองด้วย โดยนายแทนคุณ ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่ามีกลุ่มมือปืนเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบต่อไป รวมถึงยังไม่ทิ้งประเด็นเรื่องยาเสพติด เรื่องชู้สาวด้วย โดยขณะนี้ได้สอบพยานอย่างเป็นทางการไปแล้ว 3 ปาก และไม่เป็นทางการอีกหลายปาก
"คดีนี้ทางผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจ เรื่องที่นายแทนคุณบอกว่าคดีต้องคืบหน้าภายใน 3 วันนั้นตำรวจไม่ได้กดดันเพราะเราทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว โดยวันนี้จะมีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีและวางแนวทางการทำงานที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 2"พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.1 บก.ป.นำกำลังชุดสืบสวนเข้าร่วมคลี่คลายคดีดังกล่าวโดยเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากปัญหาความขัดแย้งการเมือง หรือปัญหาส่วนตัว ซึ่งทาง กก.1 บก.ป.จะแบ่งหน้าที่กันออกสืบสวนติดตามคนร้าย โดยแยกกันดำเนินการและไม่ซ้ำซ้อนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ดำเนินการอยู่แล้ว
พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ขณะนี้ได้วางแนวทางการสืบสวนโดยมุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งทางการเมือง โดยจะตรวจสอบในส่วนของเรื่องเส้นทางที่คนร้ายก่อเหตุและใช้หลบหนี ในส่วนของพยานแวดล้อม ความเชื่อมโยงของผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนถึงประเด็นที่เป็นสาเหตุการสังหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบจะแบ่งหน้าที่กันดำเนินการ
ทั้งนี้เนื่องจากเหตุที่เกิดขึ้นเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ทาง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.และผู้บังคับบัญชาระดับสูง ให้ความสนใจจึงกำชับให้เร่งสืบสวนคลี่คลายคดีที่เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็ว ซึ่งชุดสืบสวนก็ไม่ได้มีความกดดันในการทำงานแต่อย่างใด
ส่วนของการสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือปืนซุ้มต่างๆ นั้น มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่แล้ว หากมีความคืบหน้าใดๆ ก็จะรายงานผู้บังคับบัญชาทราบทันที แต่ขณะนี้คงต้องขอเวลาในการทำงานเสียก่อน







