
ป.ป.ช.สรุปผลคดีไต่สวนจุฑามาศต้นมี.ค.
คดีไต่สวนจุฑามาศทุจริตเทศกาลนานาชาติคืบป.ป.ช.รอสอบพยาน2ปากก่อนแจ้งข้อหาต้นมี.ค. นายเมธี ครองแก้ว กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้า การไต่สวนกรณีที่ นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เกี่ยวข้องกับการทุจริต การจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ร่วมกับนายเจอรัลต์ และ นางแพทริเซีย กรีน นักสร้างภาพยนตร์สหรัฐอเมริกา เพื่อให้ได้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ว่า ขณะนี้ป.ป.ช. เหลือ การสอบพยานเพิ่มอีก 2 ปากเท่านั้น ซึ่งหากไม่มีพยานอื่น เชื่อว่าภายในต้นเดือนมีนาคมนี้ จะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาแก่ นางจุฑามาศ ได้ โดยนางจุฑามาศ ต้องมาชี้แจงข้อกล่าวหา ภายใน 15 วัน ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ ตนเดินทางไปรับเอกสาร และหลักฐานจากทางการสหรัฐอเมริกานั้น พบว่า มีการแจ้งขอให้ฝ่ายไทยดำเนินการไปตามกฎหมายของไทย คือกฎหมายอาญามาตรา 149 ที่ระบุว่า ผู้ใดเป็นเข้าพนักงานสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งรัฐสมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาลเรียกรับ หรือ ยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือ
คดีไต่สวนจุฑามาศทุจริตเทศกาลนานาชาติคืบป.ป.ช.รอสอบพยาน2ปากก่อนแจ้งข้อหาต้นมี.ค.
นายเมธี ครองแก้ว กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้า การไต่สวนกรณีที่ นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เกี่ยวข้องกับการทุจริต การจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ร่วมกับนายเจอรัลต์ และ นางแพทริเซีย กรีน นักสร้างภาพยนตร์สหรัฐอเมริกา เพื่อให้ได้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ว่า ขณะนี้ป.ป.ช. เหลือ การสอบพยานเพิ่มอีก 2 ปากเท่านั้น ซึ่งหากไม่มีพยานอื่น เชื่อว่าภายในต้นเดือนมีนาคมนี้ จะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาแก่ นางจุฑามาศ ได้ โดยนางจุฑามาศ ต้องมาชี้แจงข้อกล่าวหา ภายใน 15 วัน
ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ ตนเดินทางไปรับเอกสาร และหลักฐานจากทางการสหรัฐอเมริกานั้น พบว่า มีการแจ้งขอให้ฝ่ายไทยดำเนินการไปตามกฎหมายของไทย คือกฎหมายอาญามาตรา 149 ที่ระบุว่า ผู้ใดเป็นเข้าพนักงานสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งรัฐสมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาลเรียกรับ หรือ ยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือ ผู้อื่นโดยไม่ชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่ กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้น จะชอบ หรือไม่ชอบด้วยหน้าที่จะต้องโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000-40,000 บาท หรือ ประหารชีวิต







