
พ.ย.คนเชื่อมั่นต่ำสุดใน10ปี
แย่ทั้งปัจจุบันรายได้อนาคต5ปัจจัยเสี่ยงปีหน้าฉุดศก.2%
แย่ทั้งปัจจุบันรายได้อนาคต5ปัจจัยเสี่ยงปีหน้าฉุดศก.2%
น้ำท่วมฉุดเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ย.ต่ำสุด 10 ปี ลดต่อเนื่อง 4 เดือน คาด ธ.ค.ฟื้น หวั่น 5 เสี่ยงปีหน้า ฉุดเศรษฐกิจเหลือ 2-3%
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจ 2,258 ตัวอย่าง เกี่ยวกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ย. 2554 พบว่าดัชนีทุกรายการปรับตัวลดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ย. อยู่ที่ 71 ลดจากเดือน ต.ค. 72.4 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 10 ปี ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบัน 51.5 จาก 53.6 และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคต 77.8 จาก 79.0
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมเดือน พ.ย. อยู่ที่ 61 ลดจากเดือน ต.ค. 62.8 ต่ำสุดในรอบ 10 ปีเช่นกัน ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำอยู่ที่ 62.5 จาก 63.7 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 89.5 ลดจาก 90.9
ปัจจัยที่ทำให้ดัชนีเชื่อมั่นตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี มาจากน้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ตลอดจนนิคมอุตสาห กรรม จนสร้างความเสียหายต่อภาคอุตสาหกรรม ทรัพย์สินของประชาชน การท่องเที่ยว การค้า และการเกษตร รองลงมาคือสำนักงานเศรษฐกิจการคลังปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ปีนี้ จาก 2.7% เหลือ 1.72.0% ประกอบกับ ความกังวลเศรษฐกิจโลก เกี่ยวกับหนี้สาธารณะของยุโรปที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ปัญหา ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นหลังน้ำลด น้ำมันขายปลีกเพิ่มลิตรละ 1.5 บาท
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า การปรับตัวลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนนี้ มีปัจจัยสำคัญจากปัญหาน้ำท่วม แต่มีจุดน่าสังเกตคือความเชื่อมั่นเริ่มลดในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน ดังนั้นในเดือนธ.ค.ความเชื่อมั่นไม่น่าจะปรับลดลงไปกว่านี้ เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย ประชาชนเริ่มปรับตัวได้ จึงเชื่อว่าไม่เห็นสัญญาความเชื่อมั่นที่ลดลงอีก อย่างไรก็ตามธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ และอสังหาริมทรัพย์อาจไม่คึกคักนัก เพราะประชาชนส่วนหนึ่งมีการเดินทางออกไปท่องเที่ยวแล้วในช่วงเกิดน้ำท่วม
ขณะเดียวกันก็มีการลังเลใจซื้อบ้านหลังใหม่เพื่อรอดูพื้นที่ที่ไม่ประสบภัยน้ำท่วม จึงอาจเห็นสัญญาณชะลอตัว 3-6 เดือน ส่วนการซื้อรถยนต์จะฟื้นกลับเร็วได้ในปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า
สำหรับการขยายตัวเศรษฐกิจปี 2555 ต้องจับตาใน 5 ปัจจัย ได้แก่ 1.การใช้งบประมาณฟื้นฟูหลังน้ำลดจากรัฐบาล 2.การปล่อยกู้ของสถาบันการเงินกว่าแสนล้านบาท 3.การเริ่มจ่ายค่าสินไหมชดเชยประกันภัยในเดือน ม.ค. 4.เศรษฐกิจในยุโรปไม่ทรุดตัวรุนแรง และ 5.การเมืองในประเทศไม่ชุมนุมประท้วงบานปลาย จนกระทบเชื่อมั่นนักลงทุน และการท่องเที่ยวต่างชาติ
หากเป็นไปตามแผนเศรษฐกิจไทยปี 2555 จะโต 4-5% แต่ถ้ากลับกันเกิด 5 ปัจจัยความเสี่ยง ไทยจะโต 2-3%







