
ตร.สั่งคุมเข้มทุกพื้นที่หลังเจอบึ้มราชดำเนิน
ชุดสืบสวนคาดรวบรวมภาพกล้องวงจรปิดรอบจุดวางบึ้มราชดำเนินมาตรวจสอบหาคนร้ายได้ภายในวันนี้ เตรียมวางกำลังป้องกันเข้มทุกพื้นที่
ชุดสืบสวนคาดรวบรวมภาพกล้องวงจรปิดรอบจุดวางบึ้มราชดำเนินมาตรวจสอบหาคนร้ายได้ภายในวันนี้ เตรียมวางกำลังป้องกันเข้มทุกพื้นที่
พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.บก.น.1 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนคดีคนร้ายลอบวางระเบิดชนิดแสวงเครื่องบริเวณเกาะกลางถนนราชดำเนิน ด้านหน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้และทำลายได้ทันเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ว่า ได้มีการแบ่งชุดทำงานเพื่อสืบสวนหาเบาะแสคนร้ายโดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 1 (กก.สส.บก.น.1 ) รับผิดชอบการหาหลักฐานวัตถุพยานจากภาพกล้องวงจรปิดบริเวณจุดที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดทำงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบดูว่าต้องใช้ภาพจากจุดใดบ้างเพื่อให้ได้เบาะแสคนร้ายที่นำระเบิดมาวาง พร้อมประสาน กทม.และห้างร้านสถานที่ใกล้เคียงเพื่อขอภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบ คาดว่าภายในวันนี้จะสามารถจะสามารถรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดจุดต่างๆมาวิเคราะห์หาบุคคลต้องสงสัยได้
พ.ต.อ.คณิศร์ชัย กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ามีประชาชนพบว่ามีคนนำระเบิดดังกล่าวมาวางไว้ตั้งแต่ช่วงเช้านั้น ยังไม่แน่ชัดเพราะยังไม่พบพยานยืนยันเวลาที่พบเห็นระเบิดที่แน่นอนกำลังให้ชุดสืบสวนติดตามในส่วนนี้
หลังจากเกิดเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดเช่นนี้ ทางชุดสืบสวนคงต้องวางแผนหาข่าวป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ต้องมีการวางกำลังอย่างเข้มงวดในสถานที่สำคัญต่างๆ ในพื้นที่ บก.น.1 พร้อมประสานพื้นที่อื่นในการวางแผนรับมือด้วย ส่วนจะเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงการชุมนุมหรือไม่นั้นคงต้องรอผลการตรวจสอบเปรียบเทียบก่อน
ด้านพ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ สว.สส.สน.ชนะสงคราม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่ชุดสืบสวนของ สน.ชนะสงครามมีหน้าที่รับผิดชอบในการลงพื้นที่เพื่อหาพยานบุคคล รวมทั้งพยานแวดล้อมที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนไปรวมกับส่วนต่างๆ เพื่อประมวลผลในการติดตามคนร้าย
ขณะที่ พ.ต.ต.อาณุรักษ์ จันทรคุณ สว.กก.2 บก.สส.บช.น. กล่าวว่า ในส่วนของ กก.2 บก.สส.บช.น. รับผิดชอบในการหาร่องรอยคนร้ายจากการตรวจสอบหลักฐานจากระเบิดที่สามารถเก็บกู้ได้ในที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบระเบิดดังกล่าวพบเป็นชนิดแสวงเครื่องโดยใช้นาฬิกาปลุกตั้งเวลา และใช้หลอดไฟในการให้ความร้อนเพื่อเป็นการจุดชนวน โดยชิ้นส่วนของระเบิดประกอบด้วยตัวระเบิดเป็นเหล็กทรงกระบอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว ความยาวประมาณ 7 นิ้ว ภายในบรรจุดินระเบิดเทา และใช้แผ่นเหล็กขนาด 5x4.5 ปิดหัวท้าย มีหลอดไฟชนิดหลอดไส้บรรจุอยู่
นอกจากนี้ยังพบว่ามีนาฬิกาปลุกแบบอนาล็อค ยี่ห้อ RAKA ถ่านไฟฉายสีเขียวขนาด AA ยี่ห้อพานาโซนิค 7 ก้อน และยี่ห้อ kingever อีก 2 ก้อน กระเป๋าหิ้วสีดำที่ใช้ใส่ระเบิดดังกล่าว พร้อมทั้งขวดน้ำยี่ห้อ Cooly fresh อีก 2 ขวดที่ต้องนำมาตรวจสอบหาลายนิ้วมือคนร้าย
“ส่วนความรุนแรงของระเบิดชนิดนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นใช้ดินระเบิดชนิดดินเทาซึ่งไม่มีความรุนแรงมากจากการประเมินเบื้องต้นหากเกิดระเบิดคาดว่าจะมีรัศมีทำลายไม่เกิน 10 เมตร โดยขณะนี้ได้ส่งวัตถุระเบิดทั้งหมดที่เก็บได้ไปให้หน่วยงานตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด ของ บช.น. ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่ามีเป็นชนิดใดและมีความรุนแรงเท่าใด คาดว่าจะทราบผลในเร็วๆ นี้”พ.ต.ต.อาณุรักษ์
ทั้งนี้พล.ต.อ.ภานุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าชุดคลี่คลายคดีเหตุระเบิด ได้นัดประชุมส่วนที่เกี่ยวข้องในดคีเพื่อติดตามความคืบหน้าในวันที่ 9 ธ.ค. เวลา 14.00น.
ด้าน พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เปิดเผยว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้สั่งการให้ตำรวจ 88 สน.ปรับเปลี่ยนกำลังดูแลความปลอดภัยในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น โดยให้ดำเนินการตามแผนโครงการ 1 ตำรวจ 4 อาสา เหมือนเป็นการกระจาย สน.ย่อย โรงพักละ 4-5 จุดไปลงในพื้นที่เป็นการเพิ่มจุดตรวจ จุดสกัดเข้าไป โดยมีการนำร่องใน 5 สน.ก่อนคือ สน.บางเขน ,สน.ตลิ่งชัน, สน.ภาษีเจริญ, สน.โชคชัย และสน.มีนบุรี นำร่องไปก่อน หากทำแล้วเกิดผลขึ้น ไม่เกินวันที่ 20 ธ.ค.ก็จะเปิดกระจายโรงพักไปประมาณ 300-400 แห่ง







