
งบน้ำท่วมโป่ง
แห่ขออีก2หมื่นล้านยิ่งลักษณ์สั่งทบทวนหวั่นเบิกเงินซ้ำซ้อนหารือสัปดาห์หน้า
แห่ขออีก2หมื่นล้านยิ่งลักษณ์สั่งทบทวนหวั่นเบิกเงินซ้ำซ้อนหารือสัปดาห์หน้า
ฟื้นฟูน้ำท่วมบานปลาย ของบประมาณสนับสนุนเพิ่มไม่หยุด ยิ่งลักษณ์ สั่งประชุม ครม.นัดพิเศษหารือ
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ไม่มีการพิจารณางบฟื้นฟูหลังน้ำท่วมตามที่หน่วยงานต่างๆ เสนอให้พิจารณา โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หารือเรื่องนี้อีกครั้งในสัปดาห์หน้า เนื่องจากมีการเสนอของบประมาณเพิ่มขึ้นมาอีก 2 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ได้อนุมัติกรอบการฟื้นฟูไปก่อนหน้านี้ 7-8 หมื่นล้านบาทแล้ว
นายวรวิทย์ จําปีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ครม.มีมติอนุมัติแผนงาน โครงการ และกรอบวงเงินงบ ประมาณการฟื้นฟูด้านต่างๆ แล้ว 5-6 หมื่นล้านบาท ขณะที่หน่วยงานต่างๆ ทยอยเสนอโครงการมาให้ ครม.พิจารณาต่อเนื่อง และมีวงเงินเพิ่มเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น นายกฯ จึงได้นัดประชุม ครม.นัดพิเศษ เพื่อกลั่นกรองโครงการทั้งที่อนุมัติแล้วและที่เสนอเข้ามาใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน และเมื่อมีการอนุมัติโครงการแล้วจะมีการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2554 ไปก่อน
หากงบประมาณปี 2555 ผ่านความเห็นชอบสภา ปลายเดือน ม.ค. 2555 ก็กันงบปีใหม่มาจ่ายชดเชย
สำหรับงบประมาณปี 2555 มีการจัดสรรงบประมาณไว้ในงบกลางตามแผนงานเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ 1.2 แสนล้านบาท
นายวรวิทย์ กล่าวว่า ในส่วนคำของบประมาณเพื่อจัดสรรเป็นเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน 5,000 บาทต่อครัวเรือน มีการเสนอคำขอรับการจัดสรรงบแล้ว 2,000 ล้านบาท แต่คำขอรับการจัดสรรงบส่วนพื้นที่ กทม. ขณะนี้ยังไม่เห็นเข้ามา จึงยังไม่มีการเบิกจ่ายงบช่วยเหลือของประชาชนในเขต กทม.โพสต์ทูเดย์ ธีระชัย ผุดตั้งคณะกรรมการแอนตี้คอรัปชั่น หวังสร้างความโปร่งใสในการตรวจสอบการใช้งบประมาณ
ด้านนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง กล่าวว่า ครม.มีการทบทวนเรื่องงบประมาณที่ใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจจำนวน 1.2 แสนล้านบาท นายกรัฐมนตรีกำชับเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
ทั้งนี้กระทรวงการคลังจึงอยู่ระหว่างการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านการคอรัปชั่น เพื่อตรวจสอบเรื่องการเบิกจ่ายเงินงบประมาณภาพใหญ่ รวมถึงการเบิกจ่ายงบที่เตรียมสำหรับการใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีจำนวนมาก รวมถึงมีแนวคิดในการการดึงกฎหมายเรื่องการตรวจสอบคอรัปชั่นของอังกฤษมาใช้ ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาเพิ่มไว้ในกฎหมายของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สำหรับการตรวจสอบงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนด้วย แต่ต้องคำนึงด้วยว่าการให้อำนาจ กลต. เพิ่ม จะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ
" มีแนวคิดเรื่องการตั้งกรรมการแอนตี้คอรัปชั่นขึ้น แต่หลักการยังไม่ชัดเจน ต้องหารือกันก่อนในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ " นายธีระชัยกล่าว
นายธีระชัย กล่าวว่า การรื้องบ 1.2 แสนล้านบาท เพราะต้องการแยกให้ชัดว่าอะไรคือเรื่องเร่งด่วนจะได้อนุมัติงบก่อน และต้องแยกให้ชัดเจนจากงบอื่น เช่น มีการเสนอของบขุดลอกคลอง ซึ่งเห็นว่ายังไม่ใช่งบเร่งด่วน เพราะต้องรอดูแผนให้สอดคล้องกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ด้วย
ทั้งนี้ เห็นว่าควรประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด ให้รายงานความต้องการลงทุนพัฒนาซ่อมเร่งด่วนส่วนไหน เพื่อเร่งรัดอนุมัติงบเร่งด่วนให้ได้โดยเร็ว







