posttoday
ศาลจำคุก27ปีนักบัญชีสภาพัฒน์ยักยอกเงิน

ศาลจำคุก27ปีนักบัญชีสภาพัฒน์ยักยอกเงิน

06 ธันวาคม 2554

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก27ปี นักบัญชีสภาพัฒน์ อมเงินรัฐฝากแบงก์กินส่วนต่างดอกเบี้ยกว่าครึ่งแสนบาท

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก27ปี นักบัญชีสภาพัฒน์ อมเงินรัฐฝากแบงก์กินส่วนต่างดอกเบี้ยกว่าครึ่งแสนบาท

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีทุจริตต่อหน้าที่ ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้องนางอาภรณ์รัตน์  หรือสลักจิต โชติวิทยพร อายุ 54 ปี นักวิชาการเงินและบัญชี 6 สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์ฯ) เป็นจำเลยในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าซื้อ จัดทำ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต,และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

ฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 53 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 20 มี.ค.2539  – 19 ส.ค.2540 ขณะจำเลยเป็นนักวิชาการเงิน และบัญชี 5 ช่วยราชการสำนักงานเลขานุการคณะอนุกรรมการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค(สกจภ.) ได้เบิกเงินจากบัญชีกองทุนฯ 6 โครงการรวม 13 รายการเป็นเงินจำนวน 7,174,462 บาท มาเก็บไว้ในบัญชีธนาคารของตนเอง

จากนั้นจึงค่อยถอนมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ จนเกิดดอกเบี้ยจำนวน 53,090 บาท อันเป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากเงินดอกเบี้ย เหตุเกิดที่แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ต่อมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติเอกเอกฉันท์ 7 เสียง เห็นว่าจำเลยกระทำผิดจริงจำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความ และพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่า การที่จำเลยเบิกเงินจากบัญชีของกองทุน แล้วไม่ยอมชำระให้แก่เจ้าหนี้ แต่กลับนำไปฝากเข้าบัญชีธนาคารตนเองทำให้เกิดดอกผล ซึ่งจำเลยย่อมทราบดี หากจำเลยมีเจตนาบริสุทธิ์ก็ควรแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และส่งเงินดอกเบี้ยคืนกระทรวงการคลัง

ทั้งจำเลยยังแก้ไขวันที่ในใบเสร็จรับเงินเพื่อให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่า ได้จ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้แล้ว เพื่อปกปิด และป้องกันการตรวจพบจากสำนักตรวจเงินแผ่นดิน เป็นการส่อแสดงเจตนาโดยทุจริตและเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แม้ภายหลังจำเลยจะนำเงินดอกผลมาคืนแก่รัฐ ก็คงยังต้องรับผิดอยู่ดี ข้อเท็จจริงจึงรับฟังโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายมอาญา มาตรา 147,157 และ 161 เป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรม ให้จำคุก ฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ 5 กระทง ๆ ละ 5 ปี รวมจำคุก 25 ปี และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จำคุก 2 กระทง ๆ ละ 1 ปี รวมเวลา 2 ปี เมื่อรวมโทษแล้วจำคุกจำเลยทั้งสิ้น  27 ปี แต่ทางพิจารณาจำเลยให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน  3 คงจำคุกจำเลยไว้ 18 ปี.
 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท