
สังคมสุดเสื่อม เด็กเป็นเหยื่ออันโอชะ
ลำพังผู้ต้องหาคดีข่มขืนเด็กก็มักจะถูกประณามอยู่แล้วว่าเป็น “โรคจิต” แต่ในคดีที่จะกล่าวถึงนี้เป็นยิ่งกว่านั้น
โดย...วัสยศ งามขำ
ลำพังผู้ต้องหาคดีข่มขืนเด็กก็มักจะถูกประณามอยู่แล้วว่าเป็น “โรคจิต” แต่ในคดีที่จะกล่าวถึงนี้เป็นยิ่งกว่านั้น เมื่อหนุ่มสุโขทัย วัย 26 ปี จิตอุตริยกกำลังสอง ใส่ชุดนักศึกษาสาว เสื้อขาว กระโปรงสั้นจู๋ สวมทับร่างกายอำพรางตัวบุกเข้าไปในห้องพัก ลงมือชำเราเด็กหญิงไร้เดียงสาวัย 10 ขวบ แต่ก็ถูกรวบตัวไว้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ด้วยข้อแก้ตัวที่งี่เง่า “ผมเมาครับ...หมวด”
ราวตี 2 ของวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจเมืองสุโขทัยก็ถูกปลุกขึ้นจากการโวยวายของชาวบ้าน ในจำนวนนี้มีแม่ของเด็กหญิงเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจให้ช่วยจับตัวคนร้ายที่มาในคราบของ “ไอ้หื่น”
จากการสอบสวนของตำรวจที่ไปดูแลคดี เบื้องต้นเหยื่อตัวน้อยพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่ชายสูงวัยในเครื่องแบบค่อยๆ สอบถาม ทำให้รู้ว่าไอ้หื่นรายนี้ไม่ได้หื่นธรรมดา สวมชุดนักศึกษาผู้หญิงทับร่างเข้ามาด้วย
ขณะที่พ่อเลี้ยงของเด็กก็ให้การสอดคล้องกัน ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไปจากห้อง ปล่อยให้ลูกสาวหลับอยู่เพียงคนเดียวในห้อง เมื่อกลับเข้ามาก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของลูกสาว และมีคนร้ายจำได้ว่าเป็นวัยรุ่นผมยาวเล็กน้อย สวมใส่ชุดนักศึกษาหญิง ไม่ใส่รองเท้า วิ่งพรวดก้มหน้าสวนทางออกมาหายไปในความมืด จึงรีบเข้าไปดูลูกสาว พบนอนร้องไห้อยู่บนที่นอนในสภาพเปลือยล่อนจ้อน
หลังจากรับทราบข้อมูลเรียบร้อย ตำรวจก็ออกค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมในบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ กระทั่งพบว่านอกจากชุดนักศึกษาหญิงที่ถูกฉกติดตัวผู้ต้องหาไปด้วยแล้ว ยังพบว่ามีรถจักรยานยนต์คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุจอดทิ้งไว้ด้วย
จากการสอบถามกลับไม่มีใครมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของ ตำรวจจึงคาดว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ของคนร้ายที่ทิ้งไว้ก่อนหลบหนีไป ตำรวจจึงแกะรอยคนร้ายโรคจิตจากชุดนักศึกษาหญิงและรถจักรยานยนต์ทันที
ตำรวจจึงประสานกับสำนักงานขนส่งจังหวัด เพื่อค้นข้อมูลของรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยทันที เพียงแค่ชั่วครู่ก็รู้ว่าเจ้าของรถคันนี้ คือ บันเทิง สะอาด อายุ 37 ปี ตำรวจจึงชาร์จตัวไว้ได้ แต่เป้าหมายคลาดเคลื่อน เพราะว่าไม่ใช่ตัวผู้ต้องหา แต่ก็ให้ความร่วมมือ จึงรู้ว่าผู้ต้องหาที่แท้จริงเป็นหลานชายของผู้ต้องสงสัย โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ให้ กิตติเดช ฉิมฉวี อายุ 26 ปี หลานชายยืมรถจักรยานยนต์ไป ตำรวจจึงตามล่าตัวผู้ต้องหารายนี้ทันที
เป้าหมายจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากย่านขนส่ง อันเป็นสถานที่ที่จะดอดออกจากเมืองเก่าสุโขทัย ตำรวจทั้งเมืองจึงระดมกำลังล่า และก็ประสบผลสำเร็จในไม่ช้า ราว 5 โมงเย็นวันเดียวกับที่เกิดเหตุ วายร้ายก็ถูกรวบตัวได้ขณะที่กำลังยืนรอรถโดยสารอยู่บริเวณสี่แยกกระชงค์ ถนนสิงหวัฒน์ ต.บ้านหลุม ในเมืองสุโขทัย พร้อมกับคำรับสารภาพ
คำรับสารภาพของ กิตติเดช ทำให้สาวไปถึงหลักฐานอีกชิ้น นั่นคือชุดนักศึกษาหญิงที่สวมใส่ในวันก่อเหตุถอดทิ้งไว้ในพงหญ้าห่างจากหอพักประมาณ 200 เมตร พร้อมกับบอกถึงพฤติกรรมให้ฟังว่า เห็นชุดนักศึกษาหญิงแขวนตากอยู่หน้าห้องใกล้กัน จึงคว้ามาสวมทับเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นที่ใส่มา
จากนั้นได้บุกเข้าไปก่อเหตุ แต่ระหว่างนั้นได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าห้อง จึงรีบวิ่งสวนทางออกมา และไปถอดชุดนักศึกษาทิ้งในพงหญ้า ก่อนที่จะวางแผนหลบหนี
ตำรวจสงสัยผู้ต้องหาต้องการพรางตัวด้วยการสวมชุดนักศึกษา หรือว่ามีอาการทางจิต เนื่องจากการสอบปากคำพยานที่เป็นเพื่อนให้การว่า เคยพบเห็นว่าผู้ต้องหาเอาเสื้อชั้นในของผู้หญิงมาสวม แม้ว่าจะไม่เคยเห็นจังๆ ตอนสวมใส่ แต่ก็เห็นรอยเสื้อชั้นในติดอยู่ที่ผิวหนังด้านหลัง เคยสงสัยเหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยถามเพราะกลัวจะอาย ขณะเดียวกันจากการสอบปากคำก็ยังรู้สึกว่าเพี้ยนๆ ไม่ได้เกรงกลัว หรือรู้สึกว่ากระทำความผิดด้วย







