
ส.ว.ร้องปธ.วุฒิฯขอศาลรธน.ขยายเวลา30วันชี้แจงพ.ร.บ.สตง.
กลุ่มส.ว.ร้องประธานวุฒิสภา ขอศาลรัฐธรรมนูญขยายเวลา 30 วันชี้แจงพ.ร.บ.สตง.พร้อมเร่งเปิดประชุมสภาสูงร่วมหาทางออกหวั่นถูกถอดถอน
กลุ่มส.ว.ร้องประธานวุฒิสภา ขอศาลรัฐธรรมนูญขยายเวลา 30 วันชี้แจงพ.ร.บ.สตง.พร้อมเร่งเปิดประชุมสภาสูงร่วมหาทางออกหวั่นถูกถอดถอน
นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว. สรรหา นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ส.ว.ยโสธร และนางรสสุคนธ์ ภูริเดช ส.ว.สรรหา ร่วมกันแถลงข่าว กรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยกรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.) กับวุฒิสภา จากกรณีที่ร่าง พ.ร.บ. ประกอบว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ... มีเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งจำนวน 75 คน ในชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา ในวาระที่ 3 โดยมีเสียงเห็นชอบเพียง 70 ต่อ 53 เสียง
นายจิตติพจน์ กล่าวว่า ขอให้นายประสพสุข บุญเดช แจ้งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอขยายระยะเวลาในการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ จากกำหนดเดิม 15 วันซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 4 มี.ค. ออกไปเป็น 30 วัน เพื่อให้วุฒิสภามีเวลาในการชี้แจงให้รอบคอบ
นายจิตติพจน์ กล่าวด้วยว่า สาเหตุที่ต้องให้ประธานวุฒิสภายื่นเรื่องไปยังศาล เนื่องจากประธาน คตง.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ยื่นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง โดยอ้างมาตรา 214 ว่า เป็นกรณีที่มีความขัดแย้งกันเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ 2 องค์กรขึ้นไป ซึ่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตราดังกล่าว ถือว่าการดำเนินการลงมติของส.ว.เป็นอำนาจโดยชอบที่จะกระทำการดังกล่าว นอกจากนี้ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้น ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หมายรวมถึงสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ดังนั้น วุฒิสภาจึงไม่อาจเป็นผู้ถูกร้องตาม มาตรา 214 ได้
ขณะเดียวกัน ตามที่ประธานคตง. อ้างต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าตนเองเป็นผู้ที่มีอำนาจในการเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่วาต่อรัฐสภา ตาม มาตรา 139, 140 และ 302 วรรค 5 ของรัฐธรรมนูญ แต่รัฐสภากลับดำเนินการตามมาตรา 139 และ 140 ซึ่งเรื่องนี้ไม่ตรงกับความเป็นจริง เนื่องจากประธานคตง. ได้เสนอร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เพื่อขอให้รัฐสภาพิจารณาตาม มาตรา 139 และ 140 เท่านั้น โดยไม่ได้กล่าวอ้างถึง มาตรา 302 วรรค 5 แต่อย่างใด ไม่เพียงเท่านั้นการพิจารณาของรัฐสภา ประธาน คตง. ซึ่งเป็นหนึ่ง ในคณะกรรมการวิสามัญ ที่พิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ทั้งในวาระที่ 2 และ 3 ก็ได้เข้าร่วมประชุมโดยตลอด โดยไม่ได้โต้แย้งกระบวนการพิจารณากฎหมาย แต่กลับนำมาร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อไม่ผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภา ตามมาตรา 140 จึงถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
นายจิตติพจน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ได้ขอเรียกร้องให้นายประสพสุข เรียกประชุมวุฒิสภาเป็นการด่วน เพื่อขอคำปรึกษาจากสมาชิกวุฒิสภา เพราะในการทำการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องทำในนามองค์กร หากจะมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง จำเป็นต้องมีการประชุมกัน ไม่ใช่กรณีของนิติบุคคล และที่สำคัญหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยตามคำร้องของประธานคตง.จะถือว่าวุฒิสภาได้กระทำการที่ขัดกับรัฐธรรมนูญและอาจถูกถอดในอนาคตได้ ดังนั้น ประธานวุฒิสภาต้องรีบเปิดประชุมวุฒิสภาเพื่อให้ส.ว.ระดมความเห็นกันเพื่อหาทางออก







