posttoday
น้ำลด...ยิ่งลักษณ์เดินหน้า ช้วยพี่ชาย...ปลุกขัดแย้งรอบใหม่

น้ำลด...ยิ่งลักษณ์เดินหน้า ช้วยพี่ชาย...ปลุกขัดแย้งรอบใหม่

04 ธันวาคม 2554

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายลง ภายหลังปริมาณน้ำมหาศาลเริ่มเข้าสู่ระบบ

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายลง ภายหลังปริมาณน้ำมหาศาลเริ่มเข้าสู่ระบบ

ทำให้ปัญหาการเมืองที่ถูกทุกฝ่ายซุกไว้ก่อนหน้านี้อย่างการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ออกมาระบุว่าจะคืนหนังสือเดินทางส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ หลังจากถูกรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ยึดไป

สุรพงษ์ ให้เหตุผลว่าการคืนหนังสือเดินทางถือเป็นอำนาจของรัฐมนตรีและของกระทรวงการต่างประเทศเอง ไม่ได้ผิดกฎหมายข้อใด และได้ตรวจสอบแล้วว่าบุคคลที่โดนคดีร้ายแรงกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และหลบหนีคดีอยู่ในต่างประเทศอย่าง สมชาย คุณปลื้ม (กำนันเป๊าะ) หรือ วัฒนา อัศวเหม ก็ไม่ได้มีการยึดคืนหนังสือเดินทาง จึงเชื่อว่าจะไม่มีข้อโต้แย้งในเรื่องนี้

น้ำลด...ยิ่งลักษณ์เดินหน้า ช้วยพี่ชาย...ปลุกขัดแย้งรอบใหม่

 

แต่ทันทีที่ สุรพงษ์ เปิดประเด็นนี้ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน ออกมาตอบโต้ทันทีว่า หากมีการคืนหนังสือเดินทางให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ จริง ก็ถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย หน้าที่ของรัฐบาลจะต้องตามตัวมาดำเนินคดีและ รมว.ต่างประเทศ ต้องร่วมมือกับอัยการต่างประเทศมากกว่าที่จะคืนหนังสือเดินทางให้ หากมีการดำเนินการจริง จะยื่นถอดถอน สุรพงษ์ ออกจากตำแหน่งแน่

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมสัปดาห์นี้ เหลือเพียงในเขตรอบกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ยังได้รับผลกระทบจากน้ำที่ถูกท่วมขัง วีระ วงศ์แสงนาค ประธานคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง ให้คำมั่นไว้ว่าภายในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ พื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม.จะแห้งทั้งหมด ส่วนพื้นที่ฝั่งธนบุรีและฝั่งตะวันตกน่าจะแห้งภายในเดือน ธ.ค.นี้ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนเองลดลงและไม่มีน้ำทะเลหนุนต่อไป ส่วนน้ำจากด้านเหนือก็ไม่มีเข้ามาเพิ่มเติม จึงเป็นข่าวดีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้คนไทยได้ดีใจว่าปีใหม่นี้จะไม่ต้องแช่น้ำเพื่อเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่ากันอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาความขัดแย้งจากผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งเรียกร้องให้เปิดประตูระบายน้ำและรื้อบิ๊กแบ็กจนเกิดเป็นม็อบขนาดย่อมๆ หลายพื้นที่ แต่คงไม่มีพื้นที่ไหนจะเป็นประเด็นใหญ่เท่ากับที่ประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ ที่ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ข้าราชการการเมืองสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้นำชาวบ้านลำลูกกาส่วนหนึ่งบุกเข้าไปยกประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ขึ้น จากเดิมที่เปิด 1 เมตร ให้ขึ้นเป็น 1.5 เมตร โดยอ้างว่าได้รับคำสั่งมาจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ทำเอา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ต้องรีบเข้าไปแก้ปัญหา เนื่องจากกังวลว่าน้ำจะกระทบกับพื้นที่ซอยวัชรพลและถนนสุขาภิบาล 5 เพิ่มเติม แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นวิวาทะระหว่าง กทม.และ ศปภ. อีกครั้ง สุดท้าย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการ ศปภ.ต้องลงพื้นที่ไปเจรจาด้วยตัวเอง ทำให้ พ.ต.ต.เสงี่ยม ยอมลดประตูลงมาที่ 1.2 เมตรอีกครั้ง ก่อนที่ทั้ง ศปภ.และ กทม.จะประชุมร่วมกัน ให้เปิดประตูระบายน้ำที่ 1.3 เมตร และค่อยๆ ทยอยเปิดขึ้นจนเป็น 1.5 เมตร ตามที่ชาวบ้านร้องขอได้ในวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของชาวบ้านย่านลำลูกกาจึงยุติลง

น้ำลด...ยิ่งลักษณ์เดินหน้า ช้วยพี่ชาย...ปลุกขัดแย้งรอบใหม่

 

ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะลงมติไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา ให้ดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ต่อไป ด้วยเสียงไว้วางใจของฝ่ายรัฐบาล 273 เสียง ไม่ไว้วางใจ 188 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง และไม่ลงคะแนน 15 เสียง แต่ก็ดูเหมือนว่า ศปภ.และ พล.ต.อ.ประชา ยังต้องเผชิญวิบากกรรมต่อไป เมื่อ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ออกมาเปิดโปงต่อว่า ศปภ.ได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดซื้อเรือพลาสติกและเรือไฟเบอร์กลาส จำนวน 2,500 ลำ ด้วยวงเงิน 14 ล้านบาท โดยมีคู่สัญญาเป็นบริษัท รัชดา รีสอร์ท แอนด์สปา ซึ่งเคยเป็นโรงแรมม่านรูดมาก่อน และปัจจุบันยังคงประกอบธุรกิจโรงแรมและห้องพัก มีอัตราค่าเข้าพักค้างคืนวันละ 1,000 บาท พร้อมอาหารเช้า และชั่วคราว 450 บาทต่อ 3 ชั่วโมง แต่ พล.ต.อ.ประชา ไม่มีท่าทีต่อเรื่องนี้ บอกเพียงว่า ภายในเร็วๆ นี้จะพิจารณาว่าจะยุบ ศปภ.หรือไม่ เพราะสถานการณ์น้ำคลี่คลายไปมาก และน่าจะเข้าสู่โหมดการฟื้นฟู ตามที่คณะรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการนับสิบชุดขึ้นมาทำหน้าที่ต่อไป

อีกเรื่อง ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมีอาการป่วยด้วยโรค “อาหารเป็นพิษ” จนต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระราม 9 อย่างเร่งด่วน ทำให้ไม่ได้นั่งเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี

แม้ว่า ยิ่งลักษณ์ จะออกจากโรงพยาบาลได้ในวันรุ่งขึ้นและเดินทางไปเยือนประเทศเวียดนาม แต่ถัดจากนั้นอีกหนึ่งวัน เมื่อต้องลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ยิ่งลักษณ์ ก็มีอาการคล้ายจะเป็นลม ปวดศีรษะ และมีอาการทรุดลงอีกครั้งหนึ่ง จนสุดท้ายก็ต้องยกเลิกภารกิจในช่วงเย็น โดยนายกฯ เปิดเผยในเวลาต่อมาว่ายังคงทำหน้าที่ไหวอย่างแน่นอน

ส่วนเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังคงถูกพูดถึงกันหนาหู แม้ ยิ่งลักษณ์ จะออกมายืนยันว่ายังไม่มีการปรับ ครม. แต่ผู้ที่เข้าข่ายจะถูกปรับอย่าง ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ก็ยอมรับตรงๆ ว่าอาจถูกปรับด้วย ขณะที่รัฐมนตรีหลายคนอย่าง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก บุญรื่น ศรีธเรศ รมช.ศึกษาธิการ ต่างออกมาพูดว่าไม่ทราบเรื่อง ซึ่งต้องคอยจับตาดูกันว่าในช่วงสัปดาห์นี้จะมีความคืบหน้าอย่างไร

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท