
'ยิ่งลักษณ์-ขุมพันธุ์'ถวายสัตย์ จะเป็นข้าราชการที่ดี
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บริหารหน่วยงานรัฐ
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บริหารหน่วยงานรัฐ
ข้าราชการระดับสูงกว่า 1,500 คน ถวายสัตย์ปฏิญาณ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธ.ค. 2554 ที่ทำเนียบรัฐบาล
“จะประพฤติตนเป็นข้าราชการที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท และมุ่งมั่นแน่วแน่แก้ไขปัญหาของประเทศชาติและของประชาชน สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่แผ่นดินและดำเนินชีวิตโดยยึดมั่นคำสอนของศาสนา และตามแนวทางในพระบรมราโชวาทตลอดไป” นายกรัฐมนตรี กล่าวถวายสัตย์
ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นำข้าราชการและลูกจ้าง กทม. 1,000 คน ถวายสัตย์ปฏิญาณถวายความจงรักภักดี
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ถวายสัตย์ต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า จะเป็นข้าราชการที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทและมุ่งมั่นแน่วแน่แก้ไขปัญหาของประเทศชาติและของประชาชน สร้างสรรค์คุณประโยชน์ต่อแผ่นดินและดำเนินชีวิตโดยยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนแห่งศาสนา และตามแนวทางพระบรมราโชวาทตลอดไป
ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล งานมหรสพสมโภชและนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ จะจัดงานในวันที่ 3-9 ธ.ค. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงและพื้นที่โดยรอบ ภายใต้แนวคิด “เย็นศิระเพราะพระบริบาล”
สำหรับกิจกรรมหลักมีทั้งสิ้น 9 กิจกรรม ได้แก่ 1.ถวายพระพรชัยมงคล เป็นการจัดริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องสักการะและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ เริ่มตั้งแต่เวลา 16.20-20.00 น. และในเวลา 19.19 น. มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล
2.ลงนามถวายพระพรและรับการ์ดที่ระลึกพิเศษเฉพาะในงานจำนวน 1 แสนใบ 3.นิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาล แสดงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วประเทศ 4.อธิษฐานบูชาพระทันตธาตุ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุพระทันตธาตุมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราวในราชอาณาจักรไทย
5.การแสดงเฉลิมพระเกียรติ ทั้งทางวัฒนธรรม มหรสพหลวง การแสดงจากเยาวชนและศิลปินดารานักร้อง 6.การแสดงพิเศษจากชีวิตจริง “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” ซึ่งจะแสดงเฉพาะวันที่ 5 ธ.ค. 7.กิจกรรมถนนเย็นศิระเพราะพระบริบาล โดยมีการออกร้านโครงการหลวง โครงการส่วนพระองค์ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ
8.ภาพยนตร์พาโนรามาสื่อผสมเฉลิมพระเกียรติ “84 ปี แห่งความเรืองรองของกรุงรัตนโกสินทร์” ตั้งแต่เวลา 19.0022.00 น. ใช้เทคนิคฉายภาพบนกำแพง 3 มิติ พร้อมการแสดงประกอบตลอดแนวกำแพง พระบรมมหาราชวัง ความยาว 200 เมตร
9.การแสดงแสง เสียง และสื่อผสม “วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษามหาราชา” ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง ฝั่งพระบรมมหาราชวัง วันละ 1 รอบ เวลา 19.00-20.30 น. ความยาว 90 นาที
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยว่า ได้จัดกองอำนวยการร่วมบริเวณตรอกมะยม เส้นทางการจราจรใช้สะพานพระปิ่นเกล้าลงมาถนนราชดำเนิน ผ่านกองสลากฯ ส่วนบริเวณรอบสนามหลวง อาทิ ถนนมหาไชย ถนนมหาราช ถนนท้ายวังจะปิดการจราจร
ทั้งนี้ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 600 นาย เจ้าหน้าที่จราจร 100 นาย ฝ่ายสืบสวน 120 นาย รวมทั้งหมด 825 นาย นอกจากนี้จะเพิ่มกำลังอีก 300 นายในช่วงบ่าย ขณะเดียวกันได้ประสานเจ้าหน้าที่มหาดไทยและเจ้าหน้าที่เทศกิจ กทม. ร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย
“หากประชาชนที่มาร่วมงานมีปัญหาต้องการความช่วยเหลือ ทั้งด้านความปลอดภัยและการแพทย์ ให้ติดต่อที่ศูนย์อำนวยการฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และศาลฎีกา” พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว
ด้าน เผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ จัดหางานให้แก่ผู้พ้นโทษ โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานและกรมการจัดหางาน สอบถามความถนัดของผู้พ้นโทษและหางานรองรับในหลายตำแหน่ง อาทิ พนักงานขับรถ แม่บ้าน คนสวน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
ทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาและข้าราชการร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระสงฆ์จำนวน 85 รูป ที่บริเวณด้านหน้าอาคารศาลอาญารัชดา และจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิคู่ความและพยานในการพิจารณา ระหว่างวันที่ 1-30 ธ.ค. การร่วมบริจาคโลหิต การเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ต้องขัง ระหว่างวันที่ 1-9 ธ.ค. และการเร่งรัดการอ่านคำพิพากษาของศาลสูง ระหว่างวันที่ 23 พ.ย.-13 ธ.ค.นี้
สภากาชาดไทย เผยแพร่พระราชกรณียกิจผ่านระบบพิพิธภัณฑ์ออนไลน์ เชิญชมวีดิทัศน์ชุด “มหาบพิตรจิตอาสา” ชมสมุดภาพพระราชกรณียกิจ โดยเปิดให้ลงทะเบียนเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และสมัครสมาชิกพิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย ที่พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย หรือเยี่ยมชมทุกกิจกรรมผ่านทาง www.thairedcrossmuseum.com และในวันที่ 5 ธ.ค. จะเปิดสถานเสาวภาให้ชมฟรี นอกจากนี้เชิญบริจาคโลหิตได้ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และรับบริการตรวจสุขภาพฟรี ตั้งแต่เวลา 08.00-14.00 น.







