
ล้วงตับทีวีดัง ฮกเงินบริจาคน้ำท่วม
ช็อกไปตามๆ กัน เมื่อ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. แถลงข่าวจับกุม รุ่งโรจน์ หมัดดีน หรือตุ้ง อายุ 31 ปี
ช็อกไปตามๆ กัน เมื่อ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. แถลงข่าวจับกุม รุ่งโรจน์ หมัดดีน หรือตุ้ง อายุ 31 ปี
และมาริสา รัญจวนจิตร อายุ 25 ปี ลูกพี่ลูกน้องกัน ร่วมกันฉกเงินบริจาคช่วยน้ำท่วมจากรายการทีวีดัง ข่าวข้นคนข่าว และ ราชรถมาเกย ไปใช้ร่วม 5 ล้านบาท
แล้วรายการอื่นๆ ที่เปิดรับบริจาคเงินช่วยน้ำท่วมจะโดนกันบ้างหรือเปล่า?
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อ วิชนี ศรีสวัสดิ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่เปลี่ยนแปลงข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ที่รายการราชรถมาเกยเปิดไว้เพื่อรับเงินบริจาคไปซื้อเรือช่วยเหลือผู้ประสบภัย
หลังรายการออกอากาศไปแล้ว ทีมงานพบว่าไม่มีผู้ชมรายใดโทร.เข้ามาร่วมบริจาคแม้แต่รายเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดปกติ จึงทดลองโทรศัพท์เข้าเบอร์ที่เปิดไว้ ปรากฏว่าปลายสายเป็นเสียงผู้ชายอ้างตัวเป็นทีมงานรายการ พร้อมทั้งให้ข้อมูลบัญชีธนาคารที่รายการเปิดไว้ จึงเข้าแจ้งความและประสานตำรวจเข้าทำการจับกุม
เบื้องต้น รุ่งโรจน์ ให้การรับสารภาพว่า เรียนรู้วิธีการดังกล่าวจากเพื่อนชื่อโบ ซึ่งเคยทำลักษณะนี้มาแล้ว ผ่านรายการเคเบิลทีวีท้องถิ่น วิธีการก็ไม่ยาก แค่แจ้งเปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์มือถือของรายการราชรถมาเกย และข่าวข้นคนข่าว ของโมเดิร์นไนน์ ทีวี โดยใช้วิธีโอนเบอร์โทรศัพท์ของรายการมาเข้าเบอร์โทรศัพท์ของตัวเอง
จากนั้นจะปลอมเป็นเจ้าหน้าที่รายการ บอกเบอร์บัญชีธนาคารของตัวเอง ก็ได้เงินใช้แล้ว
รุ่งโรจน์ รับด้วยว่า นอกจาก 2 รายการนี้แล้วยังมีรายการทางช่องเคเบิลทีวี ได้แก่ รายการอาจารย์หนู กันภัย รายการยาสมุนไพรธาตุทอง รายการอาจารย์กฤษณะ และรายการวิทยุอีกหลายรายการที่เปิดรับบริจาค
ตั้งแต่ก่อเหตุมานั้นรวมแล้วได้เงินมาแค่ 8 หมื่นบาทเท่านั้น และได้นำเงินไปใช้จ่ายและเสพยาไอซ์หมดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ เพราะจากการแกะรอยไปพบเส้นทางการโอนเงินเข้ามากว่า 5 ล้านบาท โดยมีชื่อ มาริสา รัญจวนจิตร เป็นผู้เปิดบัญชี
ช่องโหว่ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นระบบในการจัดการกับความช่วยเหลือจากผู้มีจิตกุศล เมื่อมีมิจฉาชีพอาศัยช่วงที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างตั้งศูนย์ขึ้นมาเองเพื่อรับสิ่งของบริจาคให้ผู้ประสบภัยโดยตรง ก็ฉวยโอกาสหลอกลวงอย่างที่ใครหลายคนไม่ทันคาดคิด
รูปแบบการฉ้อโกงแม้ไม่ซับซ้อน แต่ก็ถือว่าเป็นบทเรียนให้กับการทำงานที่ต่างคนต่างทำได้เป็นอุทาหรณ์ เนื่องจากกระทบกับความเชื่อถือขององค์กรและความปรารถนาดีของผู้มีจิตสาธารณะ
เพราะรายการโทรทัศน์ “ราชรถมาเกย” ของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ที่เปิดเบอร์โทรศัพท์ไว้ 2 หมายเลข คือ08-2081-6900 และ 08-2081-6449 เพื่อโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทยนั้น ถูกคนร้ายแอบอ้างกับเจ้าหน้าที่บริษัท ทีโอที แจ้งให้เปลี่ยนหมายเลข
เพียงแค่อ้างว่าโทรศัพท์ที่ใช้เป็นคอลเซ็นเตอร์อยู่นั้นแบตเตอรี่หมด
ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยเอกสารหลักฐาน ชื่อของผู้เปิดบริการเครือข่ายเพื่อยืนยันกับเจ้าหน้าที่ จากนั้นจึงเปลี่ยนมาเป็นเบอร์โทรศัพท์ของคนร้าย
เมื่อผู้ร่วมบริจาคโทร.ไปยังเบอร์ดังกล่าว หรือคอลเซ็นเตอร์ กลับมีการโอนสายไปยังหมายเลข 08-1312-XXXX และ 08-89-19-XXXX ซึ่งเป็นของคนร้าย หลังจากนั้นคนร้ายจะบอกให้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่จ้างวานให้ผู้อื่นเปิดขึ้นมาใหม่อีกทอดหนึ่ง โดยใช้ชื่อบุคคลต่างๆ มาปลอมเพื่อรับเงิน
รุ่งโรจน์ หรือตุ้ง ไม่ได้เรียนสูง จบแค่ชั้น ป.6 แต่สนใจด้านคอมพิวเตอร์ มีชื่อในวงการว่า “เซียนบอย” รู้จักช่องว่าง นำจุดอ่อนของคอลเซ็นเตอร์แต่ละรายการมาฉกเอาเงินบริจาคเข้ากระเป๋าตัวเอง
เพราะฉะนั้น ภาคเอกชนที่เปิดศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยต้องหมั่นตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ด้วยการโทร.เข้าไปว่ายังใช้งานเป็นปกติหรือไม่
เขมทัตต์ พลเดช รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท กล่าวว่า สถานีไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงกับบัญชีรับบริจาค กรณีรายการข่าวข้นคนข่าว เป็นเพียงแค่การประชาสัมพันธ์เบอร์บัญชีรับบริจาคของธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น ไม่ได้รับทราบขั้นตอน
ขณะที่ สำราญ ฉัตรโท ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เปิดเผยว่า ทางสถานีระมัดระวังมากกับการใช้เงินบริจาค โดยมีการตั้งคณะกรรมการถาวรขึ้นมาเพื่อดูแลและอนุมัติการใช้จ่ายเงินที่ได้รับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ต้องมีการแจกแจงทุกยอดที่มีการเบิกใช้ เนื่องจากต้องมีการแจ้งตัวเลขการใช้เงินผ่านกรมสรรพากร โดยจะให้ประชาชนโอนเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมกับทางสถานีเป็นหลัก และจะมีการรายงานยอดเงินผ่านการรายงานข่าวทางสถานีด้วย







