
จับมือแฮกคอลเซ็นเตอร์รายการทีวีเชิดเงินบริจาคน้ำท่วม
รวบ 2 คนร้ายเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์รายการทีวี ลวงผู้บริจาคโอนเข้าบัญชีเชิดหนี รับสารภาพแฮกรายการ “ราชรถมาเกย” และ “ข่าวข้นคนข่าว”
รวบ 2 คนร้ายเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์รายการทีวี ลวงผู้บริจาคโอนเข้าบัญชีเชิดหนี รับสารภาพแฮกรายการ “ราชรถมาเกย” และ “ข่าวข้นคนข่าว”
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. ร่วมกับ พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. และพ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.1 บก.ป. แถลงข่าวจับกุม นายรุ่งโรจน์ หรือตุ้ง หมัดดีน อายุ 31 ปี และน.ส.มาริสา รัญจวนจิตร อายุ 25 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช หลังจากได้รับแจ้งจาก นางวิชนี ศรีสวัสดิ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บ.เวิร์คพอยท์ เอนเตอร์เทนเมนท์ ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่เข้าไปแฮกข้อมูลหมายเลขคอลเซ็นเตอร์ของรายการ “ราชรถมาเกย” หลอกลวงทรัพย์สินผู้มีจิตศรัทธาที่โทรศัพท์เข้ามาติดต่อบริจาคในช่วงประสบอุทกภัย
พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า คดีนี้ทาง บ.เวิร์คพอยท์ฯ ได้สังเกตุว่าระหว่างที่ทางรายการออกอากาศ กลับไม่มีประชาชนโทรศัพท์เข้ามายังรายการ จึงทำการตรวจสอบก็พบระบบคอลเซ็นเตอร์ถูกเปลี่ยนแปลง และมีการโอนเงินจากประชาชนไปยังบัญชีธนาคารแล้วถูกกดออกไปเป็นจำนวนมาก
“กองปราบปรามได้ติดตามพฤติกรรมจากข้อมูลที่ได้จากองค์การโทรศัพท์ และธนาคาร มีบุคคลที่มีชื่อปรากฏอยู่ จ.นครศรีธรรมราช และเป็นเจ้าของบัญชีที่ได้เงินไป กองปราบจึงทำการสืบสวนแล้วจับกุมนายรุ่งโรจน์ ได้ที่หน้าเรือนจำ ขณะที่ไปเยี่ยมพรรคพวก โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้กดเงินไปประมาณ 8 หมื่นบาท ซึ่งจะต้องสอบธนาคารว่ามีจำนวนเงินที่ชัดเจนเท่าไรอีกครั้งหนึ่ง” ผบก.ป.กล่าว
ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุพิศาล ยังกล่าวอีกว่า ผู้ต้องหารายนี้ยังมีประวัติถูกจับคดีฉ้อโกง ในปี 2551 และคดีปลอมแปลงเอกสารในปีเดียวกัน
“จากการสอบสวนผู้ต้องหารให้การรับสารภาพ ว่านอกจากรายการราชรถมาเกยแล้ว ยังได้ทำการแฮกคอลเซ็นเตอร์รายการข่าวข้นคนข่าว และรายการทางช่องเคเบิลทีวีอีกหลายรายการ จึงอยากฝากเตือนไปยังรายการโทรทัศน์ว่าควรตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ระหว่างดำเนินกิจกรรมว่ามีคนโทรเข้ามาหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพเข้ามาแฮกเบอร์ได้” พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าว
ด้านนางวิชนี กล่าวว่า รายการราชรถมาเกย ได้เริ่มเปิดรับบริจาคเมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา และมีประชาชนโทรศัพท์เข้ามายังรายการเพื่อขอบริจาคเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ ปรากฏว่าไม่มีใครโทรมา อีกทั้งระหว่างออกอากาศก็ไม่มีชาวบ้านโทรมา จึงได้นำโทรศัพท์โทรเข้าไปยังเบอร์ของรายการ โดยคนร้ายรับสายแอบอ้างการรับบริจาคของทางรายการ ทำให้รู้ว่าคอลเซ็นเตอร์ของรายการโดนแฮก แม้ว่าจะเปลี่ยนเบอร์โทรแต่คนร้ายก็แฮกเปลี่ยนเบอร์ใหม่อีก ทำให้เกิดความเสียหายตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 1 ล้านบาท
ในขณะที่ นายรุ่งโรจน์ ให้การว่าได้รู้วิธีการแฮกเบอร์โทรศัพท์จากเพื่อนชื่อโบ เลยลองทำเป็นครั้งแรก และได้กดเงินออกมาประมาณ 8 หมื่นบาทนำไปใช้จ่ายซื้อของแล้ว







