
'เสงี่ยม'ยกพวกเปิดลำหม้อแตก สุขุมพันธุ์รับน้ำแห้งไม่ทันวันพ่อ
ดูเหมือนว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเริ่มคลี่คลายในหลายพื้นที่ รวมทั้งความขัดแย้งระหว่างชาวบ้าน
ดูเหมือนว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเริ่มคลี่คลายในหลายพื้นที่ รวมทั้งความขัดแย้งระหว่างชาวบ้าน
ที่อยู่ด้านในและด้านนอกคันกั้นน้ำเริ่มเข้าสู่ความสงบ หลังศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) อ้างว่าได้พยายามเข้าเกลี้ยกล่อมสำเร็จแล้ว และมั่นใจว่าจะไม่มีม็อบผู้ประสบภัยออกมารื้อบิ๊กแบ็กและเปิดประตูระบายน้ำอีก
ทว่า ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ธ.ค. พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ข้าราชการการเมืองประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เคยสร้างวีรกรรมนำชาวบ้านบุกเปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ในครั้งก่อน คราวนี้ก็ได้นำชาวบ้านย่าน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี บุกเปิดประตูระบายน้ำคลองลำหม้อแตก เขตสายไหม เพิ่มขึ้นจากเดิม 50 ซม. เป็น 2 ม. โดยให้เหตุผลว่าเพื่อลดผลกระทบของชาวบ้านฝั่ง อ.ลำลูกกา ที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมขังมานานนับเดือน
ด้าน พ.ต.อ.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบก.น.2 กล่าวว่า เบื้องต้นได้เจรจากับ พ.ต.ต.เสงี่ยม ถึงความผิดในการบุกรุกแล้ว ซึ่งในวันที่ 2 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ กทม.จะเข้าแจ้งข้อหาที่ สน.สายไหม
ต่อมาเวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ กทม.ได้ทำการปรับลดระดับประตูน้ำคลองลำหม้อแตกอยู่ที่ 80 ซม. โดยกลุ่มผู้ชุมนุมยินยอมด้วยดี
ทั้งนี้ ภายหลัง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ถูกกลุ่มมวลชนของ พ.ต.ต.เสงี่ยม กดดันให้เปิดประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ 1.5 ม. ขณะนี้ กทม.ยอมเปิดให้แล้ว 1.4 ม. และจากการประเมินสถานการณ์ในช่วง 24 ชม.ที่ผ่านมา พบว่า ระดับน้ำด้านนอกประตูลดลง 7 ซม. ส่วนในประตูระดับน้ำทรงตัว และในวันที่ 2 ธ.ค. หากสถานการณ์น้ำยังทรงตัว กทม.จะเปิดเพิ่มเป็น 1.50 ม.ต่อไป
“ผมขอยืนยันว่าการเปิดประตูระบายน้ำโดยพลการเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ถ้าเป็นลูกน้องของผมทำแบบนี้ ผมจะไม่ปล่อยให้อยู่ที่ศาลาว่าการ กทม. และจะไม่ให้เวลาในการเก็บข้าวของเลยด้วยซ้ำ” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
อย่างไรก็ตาม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวยอมรับว่า กทม.คงไม่สามารถทำให้ทุกพื้นที่แห้งได้ก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. แต่สิ่งที่ทำได้ขณะนี้คือเร่งเก็บขยะให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ ศาลปกครองได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวตามที่ชาว จ.นนทบุรี ยื่นฟ้อง ศปภ.และ กทม. โดยมีคำสั่งให้ร่วมกันพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การเปิดปิดประตูระบายน้ำคลองมหาสวัสดิ์เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม ส่วนการกู้ถนนสาย 340-กาญจนาภิเษก และการเสริมกระสอบทรายตามแนวคลองมหาสวัสดิ์ ศาลไม่คุ้มครอง
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมฝั่งตะวันตกยังคงมีปัญหาน้ำท่วมหนัก โดยเฉพาะที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ เขตบางแค ซึ่งผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากมีขนาดพื้นที่กว้าง อีกทั้งระดับน้ำในคลองทวีวัฒนายังสูงมาก ต้องรอจนกว่าระดับน้ำในคลองทวีวัฒนาลดลง จากนั้นจึงจะระดมเครื่องสูบน้ำออกจากหมู่บ้านได้ พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าทุกพื้นที่ของ กทม.จะแห้งภายในวันที่ 31 ธ.ค.
ด้าน อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะอดีตประธานกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรการ์เด้นโฮม อ.คูคต จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ ศปภ.เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมขังหมู่บ้านให้แห้งภายในวันที่ 5 ธ.ค. ซึ่ง ปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศปภ.รับปากว่าจะรื้อบิ๊กแบ็กออกให้ แต่หากยังไม่ดำเนินการจะยื่นฟ้องทั้ง ศปภ. และ กทม.ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
อดิศักดิ์ บอกอีกว่า ทุกวันนี้คนในหมู่บ้านการ์เด้นโฮมจมน้ำมานานกว่า 1 เดือน และต้องช่วยกันกู้หมู่บ้านด้วยตัวเอง โดย ศปภ.อ้างว่าจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายช่วยเหลือให้ คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน จึงจะกู้หมู่บ้านได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ปลอดประสพ กล่าวภายหลังว่าขณะนี้ได้เริ่มทำการรื้อบิ๊กแบ็กในจุดสำคัญออกแล้ว แต่หากให้ส่วนราชการรื้อเพียงฝ่ายเดียวคาดว่าคงใช้เวลานาน เนื่องจากมีจำนวนหลายหมื่นใบ ดังนั้นจำเป็นต้องระดมกำลังจากหลายภาคส่วน รวมทั้งประชาชนที่มีจิตอาสามาร่วมกัน คาดว่าจะใช้เวลารื้อบิ๊กแบ็กทั้งหมดประมาณ 2 สัปดาห์
เช่นเดียวกับ ว่าที่ ร.ต.ดาวฤทธิ์ ทองนิ่ม ประธานนิติบุคคลฟ้าลากูน ย่านรังสิต จ.ปทุมธานี ยืนยันว่า จะเดินหน้าฟ้องร้องหน่วยงานรัฐที่บริหารจัดการน้ำล้มเหลว โดยในวันที่ 5 ธ.ค. จะรวบรวมข้อมูลร่วมกับ ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อน เพื่อร่างคำฟ้องร้องหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาความไม่พอใจของชาว กทม.ในอีกหลายพื้นที่ โดยเมื่อเวลา 17.00 น. ชาวบ้านกว่า 200 คน รวมตัวชุมนุมปิดการจราจรปากซอย พหลโยธิน 48 เพื่อทวงคำตอบจาก กทม. และ ศปภ.ถึงแนวทางการระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่ หลังจากที่ต้องทนมาเป็นเวลานานร่วมเดือน
ต่อมา อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง ศปภ.ได้เดินทางมาเจรจากับชาวบ้าน พร้อมรับปากว่าจะประสานกับ กทม. เพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ชาวบ้านจึงยอมสลายการชุมนุม
ด้าน อุเทน ชาติภิญโญ ที่ปรึกษาด้านการระบายน้ำของนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วง 12 วันนี้ ระดับน้ำทะเลจะลดต่ำลงมาก จึงเป็นโอกาสดีที่กรมชลประทานและ กทม.ควรเร่งผันน้ำที่ท่วมขังลงสู่อ่าวไทย โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ไทรน้อย บางบัวทอง บางใหญ่ จ.นนทบุรี รวมถึง อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม และฝั่งธนบุรีของ กทม. เนื่องจากกรมเจ้าท่าได้ขุดลอกปากแม่น้ำท่าจีนที่ จ.สมุทรสาคร เพื่อรองรับไว้แล้ว
วีระ วงศ์แสงนาค ประธานคณะทำงานบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง ศปภ. กล่าวว่า หลังจากนี้คลื่นลมมรสุมต่างๆ จะสงบและไม่เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนอีก โดยระดับน้ำทะเลลดลงเหลือ 1.90 ม. เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) จากก่อนหน้านี้ที่วิกฤตสูงสุดถึง 2.60 ม.รทก. ดังนั้น ช่วงนี้จะสามารถระบายน้ำออกสู่เจ้าพระยาได้รวดเร็วขึ้น เชื่อว่าพื้นที่ฝั่งตะวันออกจะแห้งก่อนวันที่ 5 ธ.ค. ส่วนฝั่งตะวันตกจะแห้งภายในวันที่ 15 ธ.ค. ขณะที่พื้นที่ชุมชนและหมู่บ้านต่างๆ ต้องใช้เครื่องสูบน้ำเร่งระบายออกจึงจะแห้งได้
วันเดียวกัน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.นนทบุรี จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 4-5 วัน โดยได้สั่งการให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว หลังจากนั้นจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าฟื้นฟู
ขณะที่ ธงทอง จันทรางศุ โฆษก ศปภ. ระบุว่า ขณะนี้มีบางหน่วยงานย้ายออกไปจาก ศปภ.บ้างแล้ว เพื่อเป็นการปรับลดบุคลากรและเจ้าหน้าที่ต่างๆ ลง เนื่องจากสถานการณ์ไม่ร้ายแรงเหมือนช่วงที่ผ่านมา ทาง ศปภ.จึงเห็นว่าหากให้ทุกหน่วยงานมารวมกันตามเดิมจะทำให้การเดินทางของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงต้องการให้ย้ายกลับไปอยู่ในหน่วยงานที่สังกัด
ทั้งนี้ ธงทอง ย้ำว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกส่วนราชการยังคงมีการประสานงานกับ ศปภ.ตลอดเวลา และขอยืนยันว่า ศปภ.จะไม่ทอดทิ้งประชาชนอย่างแน่นอน
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นถือเป็นความรับผิดชอบของ ศปภ. ที่จะต้องดูแลต่อไป และไม่ควรเร่งปิดตัวในตอนนี้ โดยควรจะพิจารณาเยียวยาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง







